ฉินซูมองรอยกัดบนแขนของเซี่ยหลานจือ แล้วก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาทันที
ผู้ชายคนนี้แอบไปมีชู้
แล้วทำไมยังต้องมารายงานเธอด้วยล่ะ!
ฉินซูย้อนถามด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “ฉันควรจำเรื่องอะไรได้เหรอ?”
จำได้ว่าเซี่ยหลานจือไม่ได้กินเธอจนหมดจด พอตกกลางคืนก็ถูกไฟปรารถนาแผดเผาจนต้องออกไปหาชู้เพื่อระบายอารมณ์อย่างนั้นหรือ?
ดวงตาของเซี่ยหลานจือหรี่ลงเล็กน้อย เพียงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าฉินซูลืมเรื่องที่กัดเขาเมื่อคืนอีกแล้ว
เขายื่นแขนที่มีรอยฟันไปตรงหน้าฉินซู ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร
“คุณลองดูให้ดี รอยฟันนี่เหมือนกันเป๊ะหรือเปล่า”
ฉินซูกลอกตาในใจ “ถามอะไรไร้สาระ ก็มาจากคนคนเดียวกัน จะไม่เหมือนกันได้ยังไง”
แต่ในใจกลับอดพึมพำไม่ได้ว่า หรือเซี่ยหลานจือจะมีชู้มากกว่าหนึ่งคน?
เธอจ้องชายหนุ่มอย่างคลางแคลง สีหน้าบอกไม่ถูก
เปลือกตาเซี่ยหลานจือกระตุก เขาถามว่า “คุณนึกออกหมดแล้วเหรอ?”
ฉินซูทำหน้างุนงง น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิด “นึกเรื่องอะไรได้? พูดให้ชัดหน่อยสิ”
เซี่ยหลานจือสูดหายใจลึก มือข้างหนึ่งจับคางเธอไว้ ก่อนจะเน้นทีละคำว่า
“คุณเป็นคนกัดเอง ไม่มีชู้ที่ไหนทั้งนั้น!”
“……” ฉินซูเบิกตากว้าง
เธอได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วเถียงว่า “เป็นไปไม่ได้!”
ฉินซูจำได้แม่นว่ารอยฟันบนตัวเซี่ยหลานจือปรากฏขึ้นมาในวันถัดจากวันที่เขากินเนื้อแกะเข้าไปโดยไม่รู้ตัว จนจูบเธอเสียร้องไห้
เธอรู้ดีว่าคืนนั้นความปรารถนาของเซี่ยหลานจือน่ากลัวแค่ไหน
ถึงจะต้องพึ่งพาตัวเอง กระบวนการก็ยังทรมานมาก
ไม่มีทางได้สัมผัสประสบการณ์ที่กายกับใจเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อคืนแม้เธอจะเมา แต่ก็ยังจำภาพบางอย่างได้ราง ๆ
เซี่ยหลานจือกอดเธอแน่น แทะเล็มลำคอจนแทบไม่มีส่วนไหนเหลือสภาพดี
แม้แต่แขนกับแผ่นอกของเธอก็ยังเต็มไปด้วยร่องรอยมากมาย
เห็นได้ชัดว่าเมื่อคืนชายหนุ่มเกิดความปรารถนาขึ้นมาอีกครั้ง
