เซี่ยเยี่ยนซีไหวไหล่ “พี่ก็รู้ เรื่องของเธอทีไร คนในบ้านเราก็เสียสติขาดความใจเย็นกันทุกที ก่อนหน้านี้พี่ก็เชื่อจริง ๆ ยังเตรียมจะเล่นงานตระกูลเฉินให้จมดินด้วยซ้ำ”
สีหน้าของเซี่ยจิ่นเหยาสลดลง ทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง จนแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมา
“ไม่ได้! พวกพี่ทำแบบนั้นไม่ได้นะ!”
“เฉินเจียเหยียนไม่รู้ว่าฉันชอบเขา ทั้งยังไม่รู้ตัวตนของฉัน เขาไม่ผิดอะไรเลย!”
เจ้าหญิงน้อยโกรธขึ้นมา ใบหน้าหวานงามจับใจพลันขึ้นสีแดงระเรื่อ แม้แต่หางตาก็แดงก่ำด้วยความโมโห
เซี่ยเยี่ยนซีเก็บสีหน้าขี้เล่น น้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย “ความจริงคือเธอเกือบกลับมาไม่ได้ บ้านเฉินเป็นสถานที่แบบไหน เธอไปก่อเรื่องในถิ่นของเขา แค่กระบอกปืนที่ซ่อนอยู่ก็ยิงเธอจนพรุนได้แล้ว! ถ้าไม่ใช่คนสนิทของบ้านเราไปช่วยไว้ทัน ป่านนี้เธอคงตายอยู่ที่เซียงกั่งแล้ว”
แววตาของเซี่ยจิ่นเหยาหม่นลงชั่วครู่ เธอก้มตาลง “เรื่องนั้นก็เพราะฉันหลอกเขาก่อน พี่เจียเหยียนไม่ได้ทำอะไรผิดต่อฉัน ตอนนี้เขาก็ได้ทั้งงานทั้งความรัก ฉันไม่คิดลดตัวไปเป็นมือที่สาม ฉันตัดใจจากเขาแล้ว”
หากเธอเก็บซ่อนความเศร้าในดวงตาและความหม่นหมองบนใบหน้าได้มิดชิด คำพูดนี้ก็คงพอจะเชื่อถือได้อยู่บ้าง
เซี่ยเยี่ยนซีมองท่าทางเสียใจของน้องสาว ทั้งปวดใจทั้งจนปัญญา จึงถอนหายใจแผ่วเบา “พี่ใหญ่ยกเรื่องนี้ให้พี่จัดการทั้งหมด วางใจเถอะ พี่จะไม่ปล่อยให้พี่เจียเหยาของเธอบาดเจ็บ
แต่เธอต้องรีบบอกพี่ใหญ่ว่าเลิกคิดถึงผู้ชายแซ่เฉินแล้ว และจะไม่ทำเรื่องลดเกียรติตัวเองอีก เจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลเซี่ยไปเป็นเลขาของคนอื่น ถ้าแพร่ออกไปไม่กลัวขายหน้าหรือไง”
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งโมโห ไม่รู้ว่าเฉินเจียเหยียนคนนั้นกรอกยาเสน่ห์อะไรให้น้องสาว ถึงทำให้เซี่ยจิ่นเหยาจงรักภักดีต่อเขาถึงเพียงนี้
