ฉินซูมองนิ้วยาวเรียวของชายหนุ่มค่อย ๆ เลิกชายเสื้อขึ้น เผยให้เห็นเอวสอบแข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ชวนให้ใจสั่น
ขณะที่เธอเบิกตากว้าง ตั้งใจจะมองต่อ เซี่ยหลานจือกลับหยุดมือกะทันหัน
“ช่างเถอะ เดี๋ยวมีคนหาว่าผมไม่ใส่เสื้อผ้าอีก”
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ เปี่ยมความพึงพอใจดังจากลำคอ เขาก้าวขายาวขึ้นไปบนเตียงแล้วเอนกายนอนลง
ฉินซูมองเซี่ยหลานจือที่นอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทีเคร่งขรึมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ผู้ชายคนนี้เมื่อครู่ตั้งใจยั่วเธอชัด ๆ!
ยั่วอยู่ครึ่งทางแล้วจู่ ๆ ก็หยุด เหมือนถอดกางเกงออกหมดแล้ว แต่กลับไม่มีอะไรต่ออย่างนั้นแหละ?
“เซี่ยหลานจือ”
ฉินซูสูดหายใจ ตั้งใจเรียกเขา
“หืม?” เซี่ยหลานจือเอาแขนหนุนท้ายทอย ถามด้วยเสียงขึ้นจมูก
ฉินซูยิ้มทั้งที่สีหน้าไม่ยิ้ม เอ่ยทีละคำว่า “คุณ...นี่...มัน...ยั่ว...เก่ง...จริง ๆ”
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แค่เก็บอาการเก่ง แต่ยังยั่วกันอย่างเปิดเผย นิสัยลึกลับจนยากจะคาดเดา
สีหน้าของเซี่ยหลานจือชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาดำสนิทลึกล้ำแฝงอันตรายจ้องมองฉินซูที่ยิ้มหวานราวดอกไม้
เธอเหมือนจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ที่แอบขโมยกินของไม่มีผิด
ชวนให้คนอยากแกล้งจนร้องไห้ อยากเห็นหางตาเธอแดงเรื่อ แล้วมองเธอทำหน้าตาน่าสงสาร วิงวอนขอความเมตตาอย่างน่าเอ็นดู
เซี่ยหลานจือพลันยิ้ม “ผมโดดเด่นเหนือใคร เสน่ห์ยังคงตราตรึง”
น้ำเสียงเผยความเย่อหยิ่งเย็นชาและความห่างเหินราวกับอยู่เหนือผู้คน
ฉินซูฟังน้ำเสียงของเขาแล้วรู้สึกว่าเจ้าตัวค่อนข้างภูมิใจเสียด้วย
เพื่อป้องกันไม่ให้เซี่ยหลานจือก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก เธอจึงถกขากางเกงของเขาขึ้น
เข็มเงินที่ฉินซูถืออยู่ในมือแทงลงตรงบาดแผลบวมแดงซึ่งมีเลือดซึมอย่างรวดเร็ว
“ซี้ด—!”
ความเจ็บปวดที่จู่โจมกะทันหันทำให้เซี่ยหลานจือสูดปากด้วยความเจ็บ
แขนแข็งแรงของเขาค้ำอยู่บนเตียง เอวเพรียวที่เต็มไปด้วยพลังระเบิดแอ่นขึ้น
ใคร ๆ ก็พูดกันว่าเอวของผู้ชายนั้นเป็นดาบปลิดชีพ
เซี่ยหลานจือบิดสะโพกทีเดียวก็ดูสง่างามชวนใจสั่น เปี่ยมเสน่ห์จนสุดจะต้านทาน
ฉินซูจ้องมองเอวสอบสามเหลี่ยมคว่ำของเขาที่โก่งขึ้นมา รูปร่างได้สัดส่วนไร้ที่ติ พลางทอดถอนใจในใจว่า—
การได้พบเซี่ยหลานจือคือเคราะห์รักในชาตินี้ของเธอ
