ดวงตาลึกล้ำดำสนิทของเซี่ยหลานจือจับจ้องฉินซูแน่วนิ่ง ราวกับกำลังมองเหยื่อที่เป็นของตน
“อาซู แล้วคำตอบของคุณล่ะ?”
ในดวงตาฉินซูที่ฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำ มีแววหวาดหวั่นปรากฏขึ้นเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเธอเข้าใจความหมายของดอกไม้ที่ผลิบาน
ฉินซูหันกลับมาอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงสั่นเครือ “ดึกมากแล้วนะ คุณอย่าทำเกินไปนัก!”
เดี๋ยวได้ตายกันพอดี!
นับจากที่เธอกินมื้อเย็นเสร็จ ก็ผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว
เธอยืนอยู่ข้างหน้าต่างตั้งหนึ่งชั่วโมงเต็ม!
ถ้ายังปล่อยให้เซี่ยหลานจือทำตามใจชอบต่อไป ฉินซูไม่กล้ารับประกันเลยว่าตัวเองจะได้เห็นพระอาทิตย์วันพรุ่งนี้
มุมปากบางของเซี่ยหลานจือยกขึ้น ปลายนิ้วไล้ไปตามเอวอ่อนนุ่มใต้ฝ่ามือ น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงอันตราย
“อาซู คืนนี้เรายังมีเวลาอีกนาน…”
เขายกมือขึ้น ลูบหางตางดงามที่แต้มสีแดงระเรื่อของฉินซูอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยเสียงเกียจคร้าน “...เก็บน้ำตาไว้หน่อย”
ร่างกายของฉินซูพิเศษ เธอชอบร้องไห้เหลือเกิน
ต้องรู้ไว้ว่าเวลาเห็นน้ำตาของเธอแล้ว…ก็ยิ่งอยากแกล้งเธอเข้าไปใหญ่
เซี่ยหลานจือขยับตัวฉับพลัน ก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว
“ซี้ด—!”
ฉินซูที่ถูกเขารุกจนแทบจุกสะดุ้งร้องอย่างไม่ทันตั้งตัว แม้แต่พื้นที่ให้หายใจก็ยิ่งคับแคบลง
เซี่ยหลานจือเพียงบอกเธอให้รู้ พร้อมใช้การกระทำยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีที่ให้ต่อรอง
ชายหนุ่มที่ภายนอกดูสุภาพสง่างาม ปลดปล่อยความดุดันและแรงปรารถนาที่สลักลึกอยู่ในกระดูกออกมาทั่วร่าง
ในบางเรื่อง เขาสามารถแกล้งคนจนแทบตายได้จริง ๆ
ฉินซูยื่นมือเล็ก ๆ ไปคว้าผ้าแพรแดงที่ห้อยอยู่ข้างหน้าต่างอีกครั้ง
ครั้งนี้แรงมือไม่เบาเหมือนก่อน จึงไม่มีโอกาสผ่อนแรงเลย
มือขาวเรียวกำหมัดแน่นตั้งแต่ต้นจนจบ โอนเอนไปพร้อมกับเจ้าของมือ
จนกระทั่งมีเสียงแควกดังขึ้น!
ม่านหน้าต่างผ้าแพรแดงผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็ถูกกระชากขาด
ฉินซูพลันเกร็งไปทั้งตัว ความกระชับแน่นที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของเซี่ยหลานจือปูดขึ้น
สีหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเขาพังทลายลงชั่วขณะ เพราะเกือบจะยอมแพ้จนต้องสูดลมหายใจหนัก
แขนแข็งแรงของเซี่ยหลานจือโอบเอวอ่อนนุ่มของเธอไว้ ก่อนจะอุ้มฉินซูขึ้นอย่างง่ายดาย
