เหวินเหนียนหัวเราะอย่างมีความสุข “รออีกสักหลายสิบปี พี่คงได้กลายเป็นบรรพบุรุษที่มีอาวุโสสูงสุดในหมู่บ้านแล้วมั้ง?”
เหวินฉือหัวเราะเบา ๆ “ก็เป็นไปได้เหมือนกัน ถึงตอนนั้นพอไปศาลบรรพชน ทุกคนคงต้องคำนับนี่นกันหมด”
เหวินเหนียนกะพริบตาปริบ ๆ จู่ ๆ ก็แอบตั้งตารอภาพนั้นขึ้นมา จะทำยังไงดีนะ?
พออาเจ็ดเหวินเห็นทั้งคู่ก็ยินดีเป็นพิเศษ
เขาทำก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนเนื้อวัวให้พวกเขาคนละชาม ใส่เนื้อวัวมาเต็มชาม
เหวินฉือหยิบจานมา 2 ใบ เทซอสสะเต๊ะกับซอสพริกลงไป แล้ววางไว้ตรงหน้าเหวินเหนียน
เหวินเหนียนสูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากคำหนึ่ง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ “อร่อยจัง เหมือนในความทรงจำไม่มีผิดเลย”
อาเจ็ดได้ยินแล้วก็หัวเราะเสียงดัง “อาแก่แล้ว แต่เสี่ยวเหนียนกลับยิ่งโตยิ่งสวยนะ”
“อาฉือก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คิดจะแต่งงานกับเสี่ยวเหนียนเมื่อไหร่ล่ะ?”
มาแล้ว ธรรมเนียมถามเรื่องแต่งงานที่ขาดไม่ได้เมื่อกลับบ้านช่วงปีใหม่
เหวินฉือหันไปมองแฟนสาวของตัวเองอย่างอ่อนโยน ก่อนตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ว่า “รอเหนียนเหนียนเรียนจบครับ”
อาเจ็ดว่า “ก็ดีเหมือนกัน เสี่ยวเหนียนยังเรียนอยู่ ถ้ามีลูกขึ้นมาคงไม่สะดวก”
เหวินเหนียน “……”
เธอเกือบสำลักเส้นก๋วยเตี๋ยว
เหวินฉือตบหลังเธอเบา ๆ “อาเจ็ด เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบครับ”
อาเจ็ดหัวเราะฮ่า ๆ “ได้สิ พวกคนหนุ่มสาววางแผนกันไว้ก็ดีแล้ว อารอไปดื่มเหล้ามงคลก็แล้วกัน”
เหวินฉือว่า “แน่นอนว่าต้องเชิญอาครับ”
กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ อาเจ็ดก็ยืนกรานไม่ยอมรับเงินจากพวกเขา
เหวินฉือจึงซื้อเนื้อวัวกับลูกชิ้นเนื้อวัวไปอีกหลายกิโล บอกว่าจะเอาไปเยี่ยมลุงสาม ให้เขาบำรุงร่างกาย อาเจ็ดถึงยอมรับเงินไว้
