เงาร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านทุ่งร้าง ว่องไวประหนึ่งเสือชีตาห์ มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาเทียนเหมินซึ่งอยู่ไกลออกไป
เงาร่างนั้นวิ่งไปได้ครึ่งทางก็หยุด แล้วหันกลับมาโบกมือให้คนบนกำแพงเมือง
นิ้วทั้งสิบของเหลยเป้าจิกลงบนอิฐกำแพง ข้อนิ้วขาวซีดจากการกำแน่น ฟันขบกันจนเกิดเสียงดังกรอด มุมปากมีเลือดซึมออกมา
ในที่สุดประตูเมืองก็เปิดออกพร้อมเสียงครืน กลุ่มผู้คนจากหอหมาบ้าถือคบเพลิงกรูกันออกจากเมือง
แต่เมื่อพวกเขาวิ่งไปถึงทุ่งร้าง เงาร่างของฟางซิวก็หายลับเข้าไปในป่าทึบบนเทือกเขาเทียนเหมินแล้ว
ยามราตรี เทือกเขาทอดตัวพาดผ่านขอบฟ้ามืดสลัวประหนึ่งอสูรกายยักษ์หมอบอยู่ ป่ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา หากคนผู้หนึ่งเข้าไป ก็ไม่ต่างจากหยดน้ำที่ตกลงสู่มหาสมุทร
เหลยเป้ายืนอยู่บนกำแพงเมือง สายลมยามค่ำคืนพัดเสื้อคลุมของเขาปลิวสะบัด
ภายในอกประหนึ่งมีเหล็กร้อนแดงถูกยัดเอาไว้ แผดเผาจนเขาหายใจไม่ออก
ตายแล้ว
ตายหมดแล้ว
หานมือเหล็กตายแล้ว
หม่าเยวียนฮว่าตายแล้ว
จ้าวรุ่ยก็ตายแล้ว
หอหมาบ้าสูญเสียผู้อาวุโสไปอีกสองคน จากห้าคน เหลยเป้าผู้นี้กร่างอยู่ในอำเภอเทียนเหมินมานานยี่สิบปี มีแต่เขาที่ฆ่าผู้อื่น
ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เขาถูกคนเหยียบหัวแล้วย่ำยีเช่นนี้?
แถมยังเป็นเด็กเหลือขอที่อายุไม่ถึงยี่สิบปี!
“ท่านประมุข!”
โจวฝูหอบหายใจพลางขึ้นมาบนกำแพงเมือง ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“พี่น้องออกไปไล่ตามแล้วขอรับ ท่านเห็นว่า...”
“เจ้าเด็กนั่นขึ้นเขาไปแล้ว”
จู่ ๆ น้ำเสียงของเหลยเป้าก็สงบลง
สงบเสียจนแผ่นหลังของโจวฝูเย็นวาบ
“เทือกเขาเทียนเหมินกว้างใหญ่เกินไป อาศัยเพียงหอหมาบ้าของเราไม่พอหรอก”
เขาหันกลับมา ใบหน้าเหลี่ยมไร้ซึ่งอารมณ์ใด ทว่าโจวฝูกลับเห็นหางตาของเขากระตุกเล็กน้อย
