เซียวอวิ๋นซูยืนอยู่ข้างกายฟางซิว สายตาจับจ้องไปยังทิศทางของสุสานกระบี่บนเขาด้านหลัง
เสียงกระบี่คำรามดังระลอกแล้วระลอกเล่า ลมปราณของเสิ่นกูเยว่ยังคงทะยานสูงขึ้น
นางจดจ่อกับภาพตรงหน้าจนไม่ทันสังเกตว่าตนขยับเข้าใกล้ฟางซิวมากขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้จนชายแขนเสื้อแทบจะเสียดสีกับแขนของเขา
ฟางซิวได้กลิ่นสบู่จาง ๆ จากกายนาง ปะปนกับกลิ่นเหงื่อที่ยังหลงเหลือหลังฝึกกระบี่
เขาเอียงหน้าเหลือบมองนาง
แม่สาวน้อยคนนี้กลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ยังคงจ้องไปทางสุสานกระบี่ ดวงตาเป็นประกาย
ในแก่นทองเจินอู่มีไอของเมล็ดมารเจือปนอยู่ แม้จะใช้เพียงช่วยให้นางหลอมรวมมัน แต่สิ่งอย่างเมล็ดมาร เมื่อสัมผัสเข้าแล้ว ย่อมส่งผลต่อจิตใจทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
นางจะเผลออยากเข้าใกล้เขา แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้สึกตัว
เซียวอวิ๋นซูละสายตากลับมา กำลังจะเอ่ยปากพูด ทันใดนั้นก็พบว่าตนแทบจะแนบชิดกับอาจารย์อาของตนแล้ว
นางสะดุ้งตกใจ กำลังจะถอยหลัง มือข้างหนึ่งก็วางลงบนเอวของนางอย่างแผ่วเบา
