เวินเยว่หรงชักมือกลับ รอยยิ้มสุภาพเหมาะสมปรากฏบนใบหน้า นางประสานหมัดคารวะ
“ท่านแม่ทัพหานโปรดอภัย วันนี้สมาคมมังกรครามของข้ากระทำการไม่เหมาะสมจริง
เด็กคนนี้ยังเยาว์วัยและไม่รู้ความ ถูกนางปีศาจผู้นั้นหลอกลวง หาได้ตั้งใจปกป้องนางไม่
ขอท่านแม่ทัพหานเห็นแก่หน้าของประมุขชุมนุม ยกโทษให้เรื่องนี้เถิด สมาคมมังกรครามของข้าจะมอบของกำนัลชิ้นใหญ่เพื่อเป็นการขอบคุณอย่างแน่นอน“
ซ่งอวิ๋นเชียนหลบอยู่ด้านหลังนาง สายตาหลุกหลิกไปมา ความโอหังเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น
ฟางซิวมองนาง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“สมาคมมังกรคราม หนึ่งในสี่พรรคใหญ่แห่งใต้หล้า ชื่อเสียงโด่งดังเสียจริง”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
“แต่ปกป้องกบฏลัทธิอู๋เซิง แล้วคิดจะให้แม่ทัพผู้นี้มองข้ามด้วยคำพูดเบา ๆ เพียงประโยคเดียว มันง่ายดายเกินไปกระมัง”
รอยยิ้มบนใบหน้าเวินเยว่หรงแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
นางข่มความไม่สบายใจในใจไว้ ยังคงวางท่าทีอ่อนน้อมดังเดิม
“ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพหานมีสิ่งใดจะสั่งการหรือเจ้าคะ ข้าจะทำให้เต็มกำลัง”
“เช่นนั้นก็ดี”
ฟางซิวเอ่ยเสียงเนิบช้า
“กบฏลัทธิอู๋เซิงกำลังขยายอำนาจ แม่ทัพผู้นี้อยากเชิญจอมยุทธ์หญิงเวินลงมือช่วยเหลือ ไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่”
สีหน้าของเวินเยว่หรงเปลี่ยนไปในที่สุด
ตระกูลหานไม่ใช่ผู้ที่ควรหาเรื่องด้วย ลัทธิอู๋เซิงเองก็ไม่ใช่ฝ่ายที่รับมือได้ง่าย
ในใจนางด่าซ่งอวิ๋นเชียนไปแล้วเป็นร้อยเที่ยว ปกติเด็กคนนี้อาศัยบารมีบิดากร่างไปทั่ว คราวนี้กลับไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่อง จนสมาคมมังกรครามลงไปพัวพันด้วย
