ปราณดาบฟันผ่าจากศีรษะบรรพชนชิงเสวียนลงไปถึงหว่างขา ยอดเขาชิงเสวียนทั้งยอดถูกผ่าเป็นรอยแยกลึกจนมองไม่เห็นก้น เศษหินพังทลายไหลทะลักลงสองฝั่ง
ร่างของบรรพชนชิงเสวียนแยกออกเป็นสองซีก ร่วงลงไปคนละด้านของรอยแยก
[ค่าประสบการณ์ +100000, มิติเก็บของ +10]
ศิษย์สำนักชิงเสวียนทะลักออกมาจากตำหนักต่าง ๆ บ้างกรีดร้อง บ้างวิ่งหนี บ้างทรุดกองอยู่บนพื้น
ฟางซิวยืนอยู่กลางอากาศ ฟันดาบถูเฟิงออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า แสงดาบสายแล้วสายเล่าฟาดลงมา ทั่วทั้งยอดเขาชิงเสวียนไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
ฟางซิวร่อนลงข้างซากศพของบรรพชนชิงเสวียน แล้วย่อตัวลง
กลิ่นอายของเมล็ดบัวสีดำยังสลายไปไม่หมด เขายื่นมือคว้าอากาศเหนือศพ กลิ่นอายที่หลงเหลือพันวนอยู่ตรงปลายนิ้ว
ณ ส่วนลึกของทะเลจิต ดอกบัวดำสั่นไหวเล็กน้อย
แววตาฟางซิววูบไหว
ฮูหยินเจ้าสำนัก ท่านเป็นคนของลัทธิอู๋เซิงหรือ?
ฟางซิวชักมือกลับ ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
ในที่สุดเขาก็คลำพบเบาะแสของสตรีผู้นั้นแล้ว
ฟางซิวพลันหันขวับ
สายตาเขาพุ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ใบหน้าเย็นเยียบลงในชั่วพริบตา
“รนหาที่ตาย!”
เขากระชากเวินเยว่หรงไว้ ร่างแปรเป็นสายฟ้าสีดำ พุ่งทะยานไปทางตะวันออกเฉียงใต้
เวินเยว่หรงยังไม่ทันได้ตั้งตัว สายลมข้างหูก็ระเบิดกึกก้องแล้ว
ห่างจากเมืองจิ้งเป่ยไปทางตะวันออก 30 ลี้ เป็นหุบเขาริมแม่น้ำอันกว้างใหญ่
ซากศพนับพันเกลื่อนพื้น
ม้าศึกเกล็ดดำล้มตะแคงอยู่ข้างเจ้าของ คราบเลือดบนเกราะยังไม่ทันแห้ง
เลือดของทุกคนกำลังรวมตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ประหนึ่งน้ำตกโลหิตที่ไหลย้อนกลับ
