โจวเจิ้นหยวนกับสวี่หลินโจวหยุดชะงักพร้อมกัน
ร่างของทั้งสองลอยค้างอยู่กลางอากาศ รูม่านตาหดวูบ
“ฟางซิว!”
ใบหน้านั้นพวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ภาพบนประกาศจับถูกวาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิ้วคมดุจคมกระบี่ ดวงตาเปล่งประกาย รูปโฉมหล่อเหลาเกินธรรมดา
ส่วนเจตจำนงดาบสายนั้นยิ่งไม่มีทางปลอมได้ทั่วทั้งมรรคาเลี่ยหยาง ไม่มีบุคคลที่สองอีกแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างแท้จริง คือปราณบนร่างของฟางซิว
ขั้นแก่นทองยุทธ์ระดับสาม
“เขาทะลวงขั้นแล้ว”
เสียงของสวี่หลินโจวแผ่วต่ำ ดวงตาฉายประกายสังหาร
คนผู้นี้จากปรมาจารย์สู่มหาปรมาจารย์ จากนั้นก็ถึงจุดสูงสุดของมหาปรมาจารย์ บัดนี้ยังเข้าสู่สามขั้นสูงแล้ว
เพิ่งผ่านไปนานเท่าใดกัน? สองเดือน? สามเดือน?
หากปล่อยให้เขาเติบโตต่อไป อีกครึ่งปีทั่วทั้งมรรคาเลี่ยหยางยังจะมีผู้ใดหยุดยั้งเขาได้?
ทั้งสองสบตากัน ต่างเห็นความเด็ดขาดในดวงตาของอีกฝ่าย
เด็กคนนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด
ทว่าทั้งคู่ต่างปกปิดความโลภในดวงตาไว้อย่างรู้ใจกัน โอกาสวาสนาอันยิ่งใหญ่เพียงใด ถึงทำให้คนทะลวงขั้นมาถึงระดับนี้ได้ในเวลาแค่ไม่กี่เดือน
โจวเจิ้นหยวนกดมือบนด้ามดาบซิ่วชุนที่เอว เจตจำนงดาบพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ปราณดาบสีเขียวดำลากเป็นริ้วแสงยาวหลายร้อยจั้งกลางอากาศ
สวี่หลินโจวชักกระบี่ยาวออกมา เจตจำนงกระบี่ขั้นสมบูรณ์ปะทุออกมาอย่างไร้การปิดบัง ปราณกระบี่สีเขียวบนคมกระบี่แผ่ซ่านไม่หยุด จนเมฆโดยรอบถูกบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“สวรรค์มีทางเจ้ากลับไม่เดิน นรกไร้ประตูเจ้ากลับถ่อมาหาเอง!”
เสียงของโจวเจิ้นหยวนลอดไรฟันออกมา ทุกถ้อยคำแฝงจิตสังหารฝังลึกถึงกระดูก
