เว่ยฝูน้อยผู้มีใบหน้านุ่มนิ่มราวน้ำนมนั้นฉายแววจริงจังเต็มเปี่ยม หากเป็นยามปกติเห็นเด็กน้อยเผยสีหน้าเช่นนี้คงชวนให้ผู้คนหัวเราะขบขัน ทว่ายามนี้ทุกคนล้วนกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้น
“นี่ก็เป็นยันต์ดูดกลืนวาสนาเช่นกัน เช่นเดียวกับยันต์ในจวนโฮ่วเจิ้นเป่ยที่ก่อนหน้านี้ น่าจะมาจากฝีมือคนผู้เดียวกัน ยันต์สาปในจวนโฮ่วเจิ้นเป่ยนั้นดูดกลืนวาสนาของเสด็จแม่ข้าไปหล่อเลี้ยงทั้งจวนโฮ่วเจิ้นเป่ย ส่วนของที่นี่ของเสด็จลุงฮ่องเต้คือการดูดกลืนวาสนาของจักรพรรดิ แต่ว่ายันต์นี้ถูกใช้เพื่อผู้ใด ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด”
แม้จะเป็นยันต์ดูดกลืนวาสนาเช่นเดียวกัน ทว่าก็ยังมีความแตกต่าง ยันต์ในจวนโฮ่วเจิ้นเป่ยถูกฝังอยู่ตรงทางเข้าหลักของจวนโฮ่วเจิ้นเป่ย ยันต์สีเหลืองนั้นอยู่ในตุ๊กตาที่เขียนวันเดือนปีเกิดขององค์หญิงหย่าเหอ ดังนั้นนางจึงทราบได้ว่าวาสนาขององค์หญิงหย่าเหอถูกสูบออกไปแล้วเป็นประโยชน์แก่ผู้ใด
ทว่าทางฝั่งฮ่องเต้นี้ มีเพียงยันต์ดูดกลืนวาสนาเท่านั้น หาได้มีเบาะแสอื่นใดอีกไม่
“อย่างไรก็ตาม ไอ้โล้น... ท่านปรมาจารย์อู๋จี๋กล่าวไว้ถูกต้องแล้ว การที่เสด็จลุงฮ่องเต้ทรงนอนไม่หลับและทรงพระสุบินมากมาย อีกทั้งทรงอ่อนเพลียพระวรกายนั้น แท้จริงเกิดจากอำนาจชั่วร้ายภายนอกรุกราน เมื่อวาสนาจักรพรรดิของพระองค์ถูกดูดกลืน ก็เปิดช่องให้อำนาจชั่วร้ายภายนอกฉวยโอกาสเข้าแทรกแซงได้”
ท่านขันทีหลิวที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้เอ่ยอย่างไม่เข้าใจว่า “แต่ว่าฮ่องเต้ก่อนที่จะสร้างกำแพงหินนี้ก็เริ่มทรงบรรทมไม่หลับ ทรงพระสุบินร้ายบ่อยครั้งแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ!”
