ระหว่างอาบน้ำ เว่ยฝูรู้สึกเหมือนตัวเองลืมอะไรบางอย่างครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเหลือบมองที่ข้อมือถึงได้นึกขึ้นได้ว่า “อุ๊ย ข้าลืมเสี่ยวจินไว้ที่ท่านลุงฮ่องเต้!”
ทิงอวี่เอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ตอนที่พระธิดากลับไป กงกงหลี่นึกขึ้นได้จึงได้ให้คนคอยดูเสี่ยวจินไว้ ตอนนี้เสี่ยวจินคงยังอยู่ที่ท่านฮ่องเต้ พอเที่ยงพระธิดาไปเข้าเฝ้าร่วมเสวยกับท่านฮ่องเต้ ก็จะพาเสี่ยวจินกลับมาได้เลย”
เว่ยฝูถึงได้วางใจ และรีบแก้ตัวว่า “ไม่ใช่ความจำของฝูเอ๋อร์ไม่ดีนะ เป็นเพราะเสี่ยวจินตัวเล็กเกินไป เลยแทบไม่มีตัวตน”
ทิงอวี่มองดูท่าทางของเด็กน้อยที่พยายามเถียงเพื่อตัวเองอย่างสุดความสามารถ ก็น่ารักจนแทบจะกระอักเลือด กลั้นขำสุดความสามารถแล้วจึงกล่าวอย่างจริงจังว่า “ถูกต้องแล้ว รอให้เสี่ยวจินอ้วนขึ้นอีกหน่อย ก็จะไม่ถูกมองข้ามได้ง่าย ๆ”
เดิมทีนางก็กลัวงูเหมือนกัน แต่เพราะรักไปถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวผู้เป็นที่รัก ตอนนี้จึงไม่หวาดหวั่นเสี่ยวจินอีกแล้ว
เนื่องจากไทเฮารู้สึกว่าฮ่องเต้ไม่น่าไว้ใจ ดังนั้นตอนเที่ยงที่เว่ยฝูไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกินห่านนั้น ไทเฮาก็ตามไปด้วย เช้าวันนี้ฮองเฮาตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก แล้วจึงเริ่มลงมือสืบเรื่องราวบางอย่างในปีนั้นของเต๋อเฟยอย่างจริงจัง ทราบว่าเว่ยฝูจะมาใช้พระกระยาหารเที่ยงกับฮ่องเต้ นางจึงพลอยมาเข้าเฝ้าด้วย
ดังนั้นมื้อเที่ยงที่เข้าเฝ้าฮ่องเต้จึงมีคนมากหน้าหลายตา เว่ยฝูเดินไปดึงแขนเสื้อของฮ่องเต้ เอ่ยกระซิบเพื่อเจรจา “ท่านลุง ท่านพี่รัชทายาทกับท่านแม่ยังไม่ได้กินเนื้อห่านเลย ท่านลุงจะให้คนแบ่งเนื้อห่านส่งไปให้ท่านพี่รัชทายาทกับท่านแม่หน่อยได้ไหมเจ้าคะ~~~”
