"เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะไม่พูดเช่นนี้อีก" เว่ยฝูตอบรับอย่างว่าง่ายยิ่งนัก "พระสนมเต๋อเฟย ฝูเอ๋อร์ขอตัวกลับก่อนนะ แล้วพบกันใหม่~~"
นางโบกมือให้เต๋อเฟย
เต๋อเฟยรู้สึกว่าเว่ยฝูกำลังดูแคลนนาง ใจจึงเก็บซ่อนความแค้นเอาไว้
นางมิได้ให้เว่ยฝูจากไป แต่ยังคงยิ้มเช่นเดิมแล้วกล่าวว่า "ได้ยินว่าพระธิดาน้อยสามารถมองเห็นชีวิตของคนคนหนึ่งได้ในพริบตา ไม่ทราบพระธิดาจะช่วยดูให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่"
เว่ยฝูหาได้ชื่นชอบสตรีผู้นี้ที่ยิ้มทั้งที่ใจมิได้ยิ้มสักเท่าใดนัก แต่นางเป็นเด็กที่มีมารยาท ทั้งยังรู้จักให้เกียรติผู้อื่น ในเมื่อเป็นอนุภรรยาของน้าชายฮ่องเต้ เช่นนั้นนางก็จะขอฝืนใจช่วยดูให้เสียหน่อย!
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่ใสดุจกระจกสะท้อนภาพของเต๋อเฟยเอาไว้ ทันใดที่เต๋อเฟยสบตาคู่นั้นเข้า ใจของนางพลันเย็นเยียบ แม้เป็นฤดูร้อน แต่หลังกลับมีเหงื่อเย็นๆ ไหลซึมราวกับมีสิ่งใดคลานออกมา นางเบือนหน้าหนีแล้วกล่าวยิ้มๆ ว่า "ข้าล้อเจ้าเล่นหรอกนะ เด็กคนนี้ช่างถือสาเสียจริง อาจารย์ของเจ้าแม้จะเก่งกาจ ทั้งยังให้ของวิเศษเจ้าตั้งมากมาย แต่เด็กห้าขวบอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไรได้"
"เอาล่ะๆ แสงอาทิตย์เริ่มร้อนแรงขึ้นทุกทีแล้ว ส่องจนหน้าผากข้าเหงื่อแตกไปหมด พวกเด็กๆ ผิวพรรณยังบอบบาง อย่าให้ผิวไหม้เสีย รีบกลับไปเถิด!"
เต๋อเฟยกล่าวจบก็ไม่หันกลับมามองเว่ยฝูอีก เดินจากไปพร้อมพยายามทำทีเป็นสงบนิ่ง
แต่กงกงหลี่และทิงอวี่มองออกว่าก้าวเท้าของเต๋อเฟยดูสับสนอลหม่าน
ทั้งสองแอบสบตากันแวบหนึ่ง ผิดปกติ
เต๋อเฟยสนิทสนมกับฮองเฮายิ่งนัก ครั้งนั้นฮ่องเต้ทรงปลดนางในตำหนักทั้งหกให้ฮองเฮา{{...}}
