ดังนั้นบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องให้ตู้วิ๋นเซิงรับสารภาพ ในเมื่อพบของกลางแล้ว ตู้วิ๋นเซิงจะรับสารภาพหรือไม่สำคัญอะไรด้วย
ส่วนเซี่ยเยี่ยนหลิน เขากล้าพูดไหมว่าของพวกนั้นเป็นของที่เขาฉกมาเอง เขากล้าอ้าปากพูดหรือ
บอกว่ามันเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด มันก็เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิด ผลสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรสักอย่าง
เมื่อมีเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดพวกนี้แล้ว ต่อให้ตู้วิ๋นเซิงไม่ยอมสารภาพตรง ๆ ว่าเงินทั้งหมดอยู่ที่ตระกูลเซี่ย ก็ไม่มีทางที่ตู้วิ๋นเซิงจะซัดทอดเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันได้ เธอคนเดียวไม่มีความสามารถจะขนธัญพืชสิบตันไปโดยไม่ให้ใครรู้เห็น คนที่ช่วยเธอขนเป็นใครก็เห็นได้ชัดอยู่แล้ว
ตำรวจระบุตัวเซี่ยเยี่ยนหลินได้ทันที จากนั้นก็พาคนไปที่คณะกรรมการปฏิวัติเพื่อจับกุม แต่เซี่ยเยี่ยนหลินพาคนออกไปแล้ว ไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการปฏิวัติ
พอฉินเซ่ารู้เรื่องราวทั้งหมดก็โมโหจนด่ากราด เซี่ยเยี่ยนหลินช่วยเขาทำงานตั้งหลายเรื่อง เขาคิดจะจัดการอีกฝ่ายอยู่แล้ว ให้ตายแบบไร้ร่องรอยเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกสถานีตำรวจจับไปแบบนี้
เซี่ยเยี่ยนหลินตกอยู่ในมือของตำรวจ ใครจะรู้ว่าเขาจะพูดจาเหลวไหลอะไรออกมาบ้าง พอคิดถึงตรงนี้ฉินเซ่าก็แค้นใจ ไอ้คนโง่ตู้วิ๋นเซิงนั่นไปเป็นแพะรับบาปให้ใคร จนเกือบทำให้เขาเดือดร้อนไปด้วย
แต่เรื่องนี้เขาก็ปล่อยไว้ไม่ได้ ฉินเซ่าจึงทำได้แค่ส่งคนลัดทางไปหาเซี่ยเยี่ยนหลิน ให้เขาหลบซ่อนตัวล่วงหน้า
ทางสถานีตำรวจมีเหตุผลอันชอบธรรมในการจับกุม ฉินเซ่าไม่กล้าขัดขวาง เขาทำอะไรระมัดระวังมาโดยตลอด ดูสิ แม้แต่งานสกปรกพวกนั้นเขายังไม่ลงมือเอง แต่ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือ ก็เพื่อว่าวันไหนมีคนสาวถึงตัว เขาจะได้มีข้ออ้างเอาตัวรอด เรื่องขัดขวางกระบวนการยุติธรรมอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ เขาย่อมไม่เข้าไปยุ่ง
