ตู้วิ๋นเซิงรู้ดีว่าถ้าเธอบอกว่าจะออกไปทำงาน ตระกูลเซี่ยต้องไม่เห็นด้วยแน่ ๆ บ้านมีเด็กเล็ก ๆ มากมายขนาดนั้น ถ้าเธอออกไปทำงานใครจะดูแลเด็กกันเล่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือหางานให้ได้ก่อนแล้วค่อยไปบอกตระกูลเซี่ยทีหลัง
พอหางานได้แล้ว ตระกูลเซี่ยคงไม่ให้เธอลาออกงานแน่ ๆ
หลังจากนั้นตู้วิ๋นเซิงก็พาเด็ก ๆ ออกไปเดินเล่นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ และออกไปนานขึ้นทุกที ตระกูลเซี่ยต่างคนต่างยุ่ง ใครไปทำงานก็ไป ใครเลี้ยงเด็กก็แทบจะไม่มีเวลาเหลียวแลเธอ
วันนี้ตู้วิ๋นเซิงก็พาเด็กสองคนออกไปเดินเล่นตามปกติ
ตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้สนใจเธอ จนกระทั่งถึงเวลากินข้าว ทั้งเธอและเด็ก ๆ ก็ยังไม่กลับ ตระกูลเซี่ยถึงได้เริ่มร้อนใจออกตามหา ปกติตู้วิ๋นเซิงออกไปเดินเล่นรอบหนึ่ง อย่างช้าที่สุดก็ต้องกลับมาก่อนเวลากินข้าว
เวลานี้แล้วยังไม่กลับมา คงผิดปกติแน่ ๆ ตระกูลเซี่ยออกไปถามไถ่เรื่อยไป ได้ความเพียงว่าเห็นตู้วิ๋นเซิงเดินมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ตอนออกไปก็พาเด็กทั้งสองคนไปด้วย ท่าทางเหมือนจะไปเดินเล่น พอเกินกว่านั้นก็ไม่มีใครรู้แล้ว
ตระกูลเซี่ยร้อนใจจนแทบบ้า ระดมผู้คนออกค้นหากันแล้ว
แม้แต่ทางตระกูลตู้ก็มีคนไปบอก ขนาดตู้วิ๋นเถากับพวกพี่น้องที่รู้ว่าตู้วิ๋นเซิงหายก็ร้อนใจไปด้วย ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีเรื่องทะเลาะกับตู้วิ๋นเซิง จนไม่ได้ติดต่อกันมาสักพัก แต่พอได้ยินว่าตู้วิ๋นเซิงหายก็พากันมาช่วยตามหา
ช่วงนี้กู้เจาเจาเริ่มกลมกลืนกับห้องสมุดได้เต็มตัวแล้ว ในหมู่เพื่อนร่วมงานมีทั้งคนที่เข้ากันได้ง่าย และคนที่เข้ากันได้ยาก
คนที่เข้ากันยากก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการอิจฉาที่กู้เจาเจาได้เงินเดือนมากกว่า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะงานของกู้เจาเจาไม่มีใครแทนที่ได้ สุดท้ายก็ได้แค่พูดจาเสียดสีไปตามระคายหู
