เธอดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วกดตั้งเวลานับถอยหลัง 10 นาทีในโทรศัพท์
คราวนี้แทบไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนดื่มน้ำเปล่าธรรมดา ซูฉิงจึงนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนฝาชักโครก
ผ่านไปไม่กี่นาที เธอก็รู้สึกเย็นสบายที่ดวงตา พอสวมแว่นแล้วมองโทรศัพท์กลับรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย
แปลกจัง ทำไมภาพถึงมัวล่ะ หรือสายตาสั้นเพิ่มขึ้นอีกแล้ว?
แต่ตอนนี้ยังไม่ครบเวลา เธอไม่กล้าขยับตัวส่งเดช จึงได้แต่อดทนกับความรู้สึกไม่สบายแล้วเล่นโทรศัพท์ต่อ
ไม่นาน เสียงนับถอยหลังก็สิ้นสุดลง แต่ความรู้สึกนั้นยังคงอยู่
ซูฉิงรู้สึกล้าตา จึงยื่นมือถอดแว่นแล้วลุกเดินไปหน้ากระจกเต็มตัวด้านนอก
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าโลกยามถอดแว่นจะชัดขนาดนี้ ชัดกว่าตอนใส่แว่นเสียอีก แบบนี้ค่าสายตาคงถึง 5.3 แล้วมั้ง
ดูท่าการปรับแต่งพันธุกรรมครั้งนี้จะช่วยให้สายตาของเธอกลับมาปกติจริง ๆ!
ซูฉิงดีใจสุด ๆ ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่เคยพูดเล่น ๆ จะกลายเป็นจริง น้ำยาปรับแต่งพันธุกรรมนี่เจ๋งจริง ๆ
ไม่ใช่แค่นั้น เธอยังรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองเปลี่ยนไปด้วย
เปลี่ยนชัดที่สุดตรงดวงตา เดิมทีดวงตาของเธอไม่ได้เล็กหรือใหญ่เกินไป แต่ก็ไม่มีจุดเด่นอะไร ชั้นตาสองข้างไม่เท่ากัน แววตาก็ดูไร้ชีวิตชีวา พอสวมแว่นแล้วเลยยิ่งดูเอ๋อ
แต่ตอนนี้พอมองหน้าซูฉิง แวบแรกใคร ๆ ก็ต้องสะดุดตากับดวงตาของเธอ ประกายในม่านตาเป็นสีแก้วใสจาง ๆ ชั้นตาเป็นทรงพัดและสมมาตรกัน ดวงตากลมโตเป็นประกาย แถมยังมีถุงใต้ตาน้อย ๆ
พอได้สบตาตัวเอง ซูฉิงก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าคำว่า “สะกดใจ” หมายถึงอะไร
ใบหน้าของเธอดูประณีตขึ้นกว่าเดิมมาก ต้องยกความดีความชอบให้ดวงตาคู่นี้เลย
