เสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง สายฟ้าสีม่วงฟาดแหวกท้องฟ้า หยาดฝนเรียงต่อกันเป็นสาย พุ่งกระแทกพื้นดินจนเกิดเสียงทึบหนัก
ไม่นานนัก สายฝนก็หนาแน่นขึ้น ไอฝนลอยฟุ้งในอากาศ ทั่วฟ้าดินพร่าเลือนเป็นสีเทาหม่น
“ในที่สุดฝนก็ตกสักที”
เมื่อเห็นสายฝนสาดเฉียงเข้ามาในร้านจนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดเปียกชุ่ม เซี่ยเหยียนก็รีบเดินไปปิดประตูใหญ่ ก่อนจะเปิดไฟตามไปด้วย
พอหันกลับมา ก็เห็นสงสงกำลังถือไม้ถูพื้นเดินโงนเงนเข้ามา
เซี่ยเหยียนรีบหลบทาง
การมีพนักงานที่ทุ่มเทและรับผิดชอบอย่างสงสง นับเป็นโชคดีของเธอจริง ๆ
เธอกลับไปหลังเคาน์เตอร์รับเงิน แล้วพบว่าเพิ่งจะบ่าย 4 โมง ลูกค้าสองสามคนต่างอยู่ในห้องของตัวเอง คงไม่ลงมาข้างล่าง
เธอวิ่งกลับห้องตัวเอง ยกโต๊ะกลมเล็กสีขาวน้ำนมจากห้องนั่งเล่นออกมาวางในโถงใหญ่ แล้วหยิบผ้าห่มผืนบางมาด้วย
เธอสั่งชาดอกไม้ร้อนกรุ่นหนึ่งกาและเค้กชิ้นเล็กแคลอรีต่ำจากเมืองอาหาร
เซี่ยเหยียนเอนกายบนเก้าอี้โยก คลุมผ้าห่มบางไว้บนตัก จิบชาร้อนอย่างสบายใจเพื่อขจัดความอึดอัดจากอากาศชื้น
อากาศในวันสิ้นโลกนี้ ร้อนก็ร้อนแทบตาย พอฝนตกกลับหนาวเย็นชื้นแฉะจนแทบทนไม่ไหว
ตอนเธอยังเด็กกว่านี้เล็กน้อย เคยถูกฝนกระหน่ำจนเปียกชุ่ม ตั้งแต่นั้นมาทุกครั้งที่ฝนตก ข้อเท้าขวาก็จะบวมตึงและไม่สบาย ราวกับแช่อยู่ในน้ำเย็น
เซี่ยเหยียนชอบวันฝนตกมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงหยดฝนกระทบพื้น หรือกลิ่นดินคาวจาง ๆ ก็ทำให้ใจเธอสงบลง
เธอยกเค้กจากจานใบเล็กขึ้นมา ตักเข้าปากหนึ่งคำ ครีมเนียนละเอียดและหวานกำลังดี บลูเบอร์รีกลมอวบที่มีฝ้าขาวเคลือบอยู่กัดเบา ๆ ก็แตกฉ่ำในปาก
