สุดท้ายจิ่งอี้ม่ายก็กินจนอิ่มแปล้ คืนนั้นนอนไม่ค่อยหลับ
เขานอนอยู่บนเตียง พลางทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ นับตั้งแต่วันสิ้นโลกมาเยือน
เขาจำต้องยอมรับว่า ช่วงเวลาที่อยู่กับเถ้าแก่เซี่ยเป็นช่วงที่เขาใช้ชีวิตได้สบายใจที่สุด
ไม่ต้องคอยระแวงญาติพวกนั้นที่ชูธงว่า “ทำเพื่อเขา” แต่ลับหลังกลับแทบอยากให้เขาตายอยู่ข้างนอก
ถ้าได้อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตก็คงดี...
จิ่งอี้ม่ายคิดว่า ตราบใดที่โรงแรมยังเปิดกิจการ เขาก็จะพักอยู่ที่นี่ไปวัน ๆ
ท่ามกลางความคิดฟุ้งซ่าน ฟ้าก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น เขาได้ยินเสียงเถ้าแก่เซี่ยเดินขึ้นชั้นบน
ไม่นาน ลูกค้าไม่กี่คนที่เหลืออยู่ในโรงแรมก็ขึ้นมากินข้าวเช้า
เมื่อคืนเซี่ยเหยียนก็กินอิ่มมากเหมือนกัน จนตอนนี้ยังรู้สึกว่าอาหารในท้องย่อยไม่หมด
หลังดื่มนมถั่วเหลืองไปหนึ่งแก้ว เธอก็ลุกขึ้นเตรียมลงไปชั้นล่าง
“เถ้าแก่”
หญิงสาวที่พักอยู่ห้อง 103 เรียกเธอไว้ตรงบันได
“มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” เซี่ยเหยียนหยุดเดิน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
หญิงสาวดูมีสีหน้าสดใสขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนมาถึงใหม่ ๆ แม้แต่ท่าทางตอนเดินพูดก็มั่นใจขึ้น
ดูท่าช่วงสองสามวันนี้เธอจะฟื้นตัวได้เร็วมาก
หญิงสาวเดินเข้ามาหาเธอไม่กี่ก้าว พูดเร็วขึ้นเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าคำที่เถ้าแก่พูดไว้ยังเป็นจริงอยู่ไหมคะ เรื่องที่ว่าจะจัดหาสินค้าให้ได้จำนวนมาก”
เซี่ยเหยียนพยักหน้า
หญิงสาวถอนหายใจโล่งอก ก่อนสีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึม “เช้านี้ฉันเห็นว่าฝนเบาลงมากแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้ฟ้าคงเปิด เพราะอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าฉันจะออกเดินทาง แล้วจะรีบกลับมารับสินค้าให้เร็วที่สุด หวังว่าเถ้าแก่จะเตรียมของไว้ให้พอ อย่าให้เสียเวลาของทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ”