ณ เขาหลังสำนักสุขาวดี ในถ้ำลับของลู่เฉิน
ลู่เฉินนั่งขัดสมาธิบนพื้น กระถางหยินหยางเนรมิตลอยอยู่ตรงหน้า
ไอหยินหยางในกระถางหลอมรวมกับยาสามสิบเม็ดที่ไร้ค่า ภายในกระถางมีเสียงคล้ายลมและฟ้าร้องดังแว่ว
ไม่นาน เตาหยินหยางก็สงบนิ่ง
กลิ่นยาหอมหวนแผ่กระจายออกจากกระถาง
ลู่เฉินตื่นเต้นถึงขีดสุด
เขาจับจ้องเตาหยินหยางตรงหน้าด้วยความลุ้น
ถึงเวลาเปิดกล่องปริศนาแล้ว
ข้อความแถวหนึ่งปรากฏขึ้นจากผิวกระถาง
ยาหลอมร่าง, ยาล้างไขกระดูก, ยารวมจิต, ยารวมจิตวิญญาณ…
ยาหลากหลายพร่างพรายตาลายตา
ลู่เฉินตื่นเต้นและดีใจจนตัวสั่น
เขานับยาที่เข้าขั้นซึ่งหลอมใหม่สองรอบได้หกสิบสามเม็ด แล้วแยกประเภท
ยารวมลมปราณ: เก้าขั้นสูงสามเม็ด เก้าขั้นล่างสิบห้าเม็ด รวมสิบแปดเม็ด
ยาหลอมร่าง: เก้าขั้นสูงสามเม็ด เก้าขั้นล่างสี่เม็ด รวมเจ็ดเม็ด
ยาล้างไขกระดูก: เก้าขั้นกลางหนึ่งเม็ด เก้าขั้นล่างสี่เม็ด รวมห้าเม็ด
ยารวมจิต: เก้าขั้นสูงหนึ่งเม็ด เก้าขั้นล่างสองเม็ด รวมสามเม็ด
ยาบ่มปราณ: เก้าขั้นล่าง ห้าเม็ด
ยาคงความเยาว์วัย: เก้าขั้นล่าง เจ็ดเม็ด
ยาเผาเลือด: เก้าขั้นล่าง สองเม็ด
ยาคืนปราณ: เก้าขั้นล่าง หนึ่งเม็ด
ยาบำรุงลมปราณ: เก้าขั้นล่าง สามเม็ด
ยาอดอาหาร: เก้าขั้นล่าง สิบสามเม็ด
เมื่อมียาเหล่านี้แล้ว ก็เท่ากับเขาถือทรัพยากรบำเพ็ญเพียรมากมายไว้ในมือ
ต่อให้ต้องใช้ทรัพยากรฝึกฝนนับไม่ถ้วนมาทุ่ม ก็ยังสามารถทุ่มจนระดับพลังของตนสูงขึ้นได้
ข้ากับมหามรรคเดิมไร้วาสนา แต่น่าเสียดายที่ข้ามีเตาหยินหยางนี่
ฮ่าๆๆ…!
อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้ล้วนเป็นยาขั้นต่ำที่สุด
และในบรรดายาพวกนี้ สิ่งที่ไร้ค่าที่สุดก็คือยาคงความเยาว์วัย
ยานี้มิอาจช่วยให้ผู้บำเพ็ญยกระดับพลังขึ้นได้ มีเพียงผลในการคงความเยาว์วัย
พอคิดอีกที ในสำนักสุขาวดีล้วนแต่เป็นศิษย์พี่หญิงงดงามล่มเมือง หญิงย่อมแต่งเพื่อผู้ที่ชื่นชม ยิ่งสวยเท่าใด ก็ยิ่งพะวงในรูปลักษณ์ของตน ศิษย์พี่เหล่านั้นอยากรูปลักษณ์คงอยู่ชั่วนิรันดร์ จึงล้วนต้องการปรุงยาคงความเยาว์วัย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ
พึงรู้ไว้ว่า ยาคงความเยาว์วัยเพียงหนึ่งเม็ด ก็สามารถรักษารูปลักษณ์ไว้ได้นานหลายสิบปี
ยาคงความเยาว์วัยในหมู่ผู้บำเพ็ญหญิงนั้นล้วนเป็นที่ต้องการเสมอมา
ยาคงความเยาว์วัยพวกนี้ก็สามารถแลกศิลาวิญญาณได้ไม่น้อย
ส่วนยาที่มีค่ามากที่สุด คือยาที่ทำให้ผู้บำเพ็ญมีพลังสูงขึ้นมาก หรือสามารถทะลวงผ่านขีดจำกัดระดับพลังได้
เช่น ยาเสริมรากฐาน ยาทะลวงขอบเขต ยากำเนิดทารก ยาที่ทำให้ผู้บำเพ็ญทะลวงผ่านขอบเขตใหญ่ได้เหล่านี้
มีเพียงในกองยาไร้ค่าที่อยู่ลึกสุดด้านในสุดเท่านั้น ถึงจะมียาไร้ค่าระดับสูงเช่นนี้
ข้าจะต้องเป็นศิษย์เฝ้าห้องยาไร้ค่าให้ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ยื่นมือเปิดฝากระถางออก ก็เห็นเม็ดยาใสแวววาวเม็ดแล้วเม็ดเล่าวางอยู่ในกระถางอย่างสงบ
แล้วเขาก็พบปัญหา
เพิ่งรู้ตัวว่าตนไม่มีขวดหยกสำหรับใส่ยา
ยาต้องใช้ขวดหยกบรรจุ เพราะขวดหยกสามารถเก็บกลิ่นยาได้ และยังปิดกั้นพลังยาได้ สะดวกต่อการเก็บรักษายา
ลองดูซิว่าจะเก็บยาเหล่านี้ไว้ในกระถางหยินหยางได้ไหม อยากใช้เมื่อใด ก็หยิบจากกระถางหยินหยางโดยตรงได้เลย
ลู่เฉินลองเก็บกระถางหยินหยางที่บรรจุยาสำเร็จแล้วเข้าไปในตันเถียน
“ฟิ้ว!”
เพียงคิด กระถางหยินหยางก็กลายเป็นลำแสงวิญญาณวูบเข้าไปในตันเถียนของเขา
เก็บเข้าในตันเถียนได้จริงๆ
เช่นนี้แล้ว เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครพบยาพวกนั้น
ตอนนี้เขาเป็นแค่ศิษย์งานสารพัดแห่งห้องหลอมยาของสำนักสุขาวดี เป็นศิษย์ที่ต่ำต้อยที่สุดในสำนัก
ศิษย์งานสารพัดย่อมไม่มีทางซื้อยาที่เข้าขั้นได้
หากให้ใครพบว่าบนตัวเขามียาที่เข้าขั้น จะอธิบายอย่างไร?
ถึงตอนนั้น ไม่เพียงยาบนตัวจะถูกแย่งชิง เกรงว่าคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้
เขาลุกขึ้นเดินออกไปนอกถ้ำ มองดูท้องฟ้า
อีกนานกว่าจะสว่าง
เขารีบกลับเข้าไปในถ้ำ นั่งขัดสมาธิบนพื้น
กินยาหลอมร่างเสียก่อน หลอมชำระเส้นลมปราณและกระดูก เสริมสร้างกระดูกเส้นลมปราณ เพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย
แล้วจึงกินยาล้างไขกระดูก กำจัดสิ่งโสโครกออกจากไขกระดูก ขยายเส้นลมปราณให้กว้างขึ้นอีกขั้น ชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ ขับสิ่งเจือปนในกายออกไป
จึงค่อยกินยารวมลมปราณ เพื่อยกระดับขอบเขตพลัง
สร้างรากฐานให้มั่นคงก่อน แล้วจึงยกระดับพลัง ค่อยเป็นค่อยไป
รีบร้อนไม่ได้
ลู่เฉินขอเพียงคำว่า “มั่นคง” เท่านั้น
เขาคว่ำมือขวา ยาหลอมร่างหนึ่งเม็ดก็ปรากฏขึ้นในมือทันที
เขาไม่ลังเลสักนิด กลืนยาลงคอไปโดยตรง
ยาหลอมร่างละลายทันทีเมื่อถึงท้อง
ลู่เฉินรู้สึกเพียงว่าพลังยาที่ร้อนราวกับน้ำเดือดพล่าน ระเบิดตัวราวกับภูเขาไฟปะทุ จากท้องของเขาทะลักสู่เส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่าง
“……”
เขาเกือบจะร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เขารีบใช้คัมภีร์ฝึกลมปราณห้าธาตุหลอมกลืนพลังยาที่รุนแรงนี้
เส้นลมปราณในร่างของเขาเหมือนถูกกระแสน้ำเชี่ยวที่ไม่มีสิ่งใดต้านทานชะล้างไม่หยุด เส้นลมปราณเหมือนจะถูกฉีกกระชาก เจ็บปวดรวดร้าวจนยากจะทน
ไม่นาน พลังยาก็ถูกดูดซับจนหมดสิ้น
เสื้อผ้าบนตัวเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ยาหลอมร่างเม็ดเดียวยังไม่พอ
เขากินอีกเม็ดหนึ่ง
ความเจ็บปวดระลอกสองระเบิดขึ้นในร่างของเขาอีกครั้ง
พลังของยาหลอมร่างเหมือนคมมีดนับไม่ถ้วนที่กรีดไปตามเลือดเนื้อและกระดูกของเขา ตัดเส้นลมปราณที่เดิมทีเล็กแคบและอุดตันออกเป็นเสี่ยงๆ ขยายให้กว้าง แล้วจึงเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง
ความเจ็บปวดเช่นนี้ น่าสะพรึงยิ่งกว่าการถูกเฉือนเนื้อตายเป็น
ลู่เฉินเจ็บจนพร่ามัวไปหมด
แต่เขากัดฟันกัดตาอดทนไว้
เพื่อมหามรรคแห่งความเป็นอมตะ เพื่อวันหน้าจะเปลี่ยนทั้งสำนักสุขาวดีตั้งแต่เจ้าสำนักลงไป ถึงศิษย์พี่ในฝ่ายในทั้งหมดให้กลายเป็นเตาบำเพ็ญคู่ของเขา เขาจะต้องสำเร็จ จะต้องสำเร็จให้ได้
พลังยาของยาหลอมร่างเม็ดที่สองถูกเขาหลอมกลืนจนสิ้น
บนผิวหนังของเขามีสิ่งเจือปนซึมออกมาเป็นชั้น ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังก็แข็งแกร่งขึ้น
แต่ยังห่างไกลจากการเปลี่ยนกระดูกสันหลังเสียใหม่
เขากินยาหลอมร่างต่อไปเรื่อยๆ
เส้นเอ็นและเส้นลมปราณเริ่มถูกหลอมใหม่ กระดูกเริ่มแข็งแกร่งขึ้น แม้แต่เลือดก็เริ่มถูกชำระให้บริสุทธิ์
สิ่งเจือปนในร่างถูกขับออกมาไม่หยุด ชั้นของสิ่งเจือปนที่ปกคลุมบนผิวหนังของเขาก็หนาขึ้นเรื่อยๆ
“เหลือยาหลอมร่างเก้าขั้นสูงเพียงสองเม็ดสุดท้ายแล้ว…”
ลู่เฉินมองยาหลอมร่างในมือ ยาหลอมร่างเก้าขั้นสูงสองเม็ดนี้มีพลังยาแรงกล้ากว่ายาหลอมร่างก่อนหน้านี้มากนัก
หากเอายาหลอมร่างพวกนี้ไปขาย อย่างน้อยก็คงขายได้หลายพันศิลาวิญญาณขั้นต่ำ
เขาผ่านการทรมานที่มิใช่มนุษย์จะทนได้มาห้าครั้งแล้ว
เขาเม้มปากแน่น กลืนยาหลอมร่างสองเม็ดสุดท้ายในมือลงคอไปในคราเดียว
การกลืนครั้งนี้ เท่ากับเขากลืนศิลาวิญญาณเข้าไปหลายพันก้อน
วินาทีต่อมา พลังยาที่รุนแรงถึงขีดสุดก็ระเบิดออกจากร่างของเขา
แม้ร่างเนื้อของเขาจะผ่านการหลอมมาแล้ว แต่ก็ยังแทบจะรับไม่ไหว
พลังยานี้ ไม่ว่าจะผ่านไปที่ใด ก็ทำลายทุกสิ่งขวางหน้าอย่างราบคาบ พลังยาแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูก หลอมร่างกายกระดูก ทำให้ร่างกระดูกแข็งเหมือนเหล็ก
พลังยายังล้ำลึกเข้าสู่เส้นเลือด หลอมชำระรากวิญญาณ
รากวิญญาณถูกพลังยาหลอมชำระจนบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ความเร็วในการดูดซับพลังปราณฟ้าดินก็เพิ่มขึ้นมาก
นี่จึงคือการล้างเอ็นและไขกระดูกอย่างแท้จริง การเปลี่ยนกระดูกสันหลังเสียใหม่
ลู่เฉินรู้สึกเพียงว่าทั้งร่างถูกพลังยามหาศาลนี้บดขยี้แล้วประกอบใหม่ วนซ้ำไปมา สิ่งเจือปนในร่างถูกขับออกมาเพิ่มขึ้นอีก บนผิวหนังถูกปกคลุมด้วยสิ่งเจือปนหนาหนักชั้นหนึ่ง
เขาพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างสุดชีวิต
แข็งใจไม่ส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
หลายครั้งที่เขาเกือบจะเจ็บจนสลบไป
คนแทบจะพังทลาย
แต่ เขารู้ว่าเขาจะล้มไม่ได้ จะล้มไม่ได้
ข้าจะล้มไม่ได้!
เมื่อนึกถึงภาพวันที่หลิ่วฝูเหยาขว้างถุงศิลาวิญญาณให้เขา บอกว่าเขากับมหามรรคแห่งความเป็นอมตะไร้วาสนา ไร้ซึ่งเยื่อใยต้องการไล่เขาลงจากเขา เขาก็ยอมตายยึดมั่นไว้
ข้าจะให้หญิงนั่นดูถูกได้อย่างไร?
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
เขาเพียงรู้สึกถึงความเจ็บปวดในร่างที่ค่อยๆ ลดลง
เขาอดทนผ่านพ้นมาได้สำเร็จ
สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาสามารถได้ยินเสียงยุงตัวหนึ่งบินผ่านปากถ้ำ ได้ยินอย่างชัดเจน ในถ้ำดำมืดนั้น เขาเห็นมดตัวหนึ่งไต่ผ่านพื้นตรงหน้าไป เขาสามารถได้กลิ่นเหม็นเน่าจากผลไม้เน่าในพุ่มไม้ที่อยู่นอกถ้ำ
การได้ยิน การมองเห็น การได้กลิ่น กระดูกและเส้นเอ็น เส้นลมปราณ เลือดเนื้อ ล้วนแข็งแกร่งขึ้นทั้งหมด
ทั้งร่างของเขาราวกับเกิดใหม่ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
สัมผัสต่อพลังปราณฟ้าดินโดยรอบของเขาไวขึ้นกว่าเดิม
ร่างกายก็มีความเข้ากันได้กับพลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้ขอบเขตพลังของเขาจะไม่ได้เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นฝึกลมปราณขั้นที่สอง แต่ความแข็งแกร่งและพลังของร่างเนื้อย่อมเหนือกว่าผู้บำเพ็ญระดับเดียวกันแน่นอน
เขากินยาล้างไขกระดูดต่อไป
ทว่าประสิทธิภาพของยาล้างไขกระดูกดูเหมือนจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ดังที่เขาคิดไว้
เมื่อลู่เฉินกินยาล้างไขกระดูกอีกห้าเม็ด ร่างกายของเขาก็ถูกเสริมสร้างให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
ร่างของเขาเต็มไปด้วยพลัง มีแรงกระตุ้นที่อยากจะแหงนหน้าร้องกู่ก้องฟ้า
มือขวากำแน่น สิ่งเจือปนหนาหนักที่จับตัวเป็นสะเก็ดบนแขนก็แตกเป็นรอยร้าวนับไม่ถ้วน
เขาสะบัดมือขวา สิ่งเจือปนที่ปกคลุมบนผิวหนังก็หลุดกระเด็นออก เผยให้เห็นผิวหนังที่เนียนละเอียดดุจทารกด้านล่าง
บนแขนปรากฏมัดกล้ามเนื้อนูนขึ้นมา เป็นเส้นเป็นลายชัดเจน เต็มไปด้วยความรู้สึกถึงพลัง
เขาลุกขึ้นยืนจากพื้น
สะเก็ดสิ่งเจือปนบนร่างร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน
แสงสว่างลอดเข้ามาจากปากถ้ำ
โดยไม่รู้ตัว ก็สว่างแล้ว
เขาเดินออกจากถ้ำ ไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างจากถ้ำ
เขาสูดลมหายใจลึก กำหมัดแน่น แล้วต่อยลงบนลำต้น
“ผัวะ!”
เศษไม้กระเด็น ต้นไม้ใหญ่เหมือนถูกค้อนขนาดพันชั่งทุบลงมาอย่างแรง บนลำต้นที่แข็งแกร่งถูกต่อยเป็นรอยหมัดลึก ต้นไม้ทั้งต้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนนกที่เกาะพักอยู่หลายตัวตกใจบินหนี
“นี่มัน…”
ลู่เฉินทั้งตกใจและดีใจ เขาเคยเห็นการโจมตีสุดกำลังของหูเปียวที่ระดับฝึกลมปราณขั้นสามมาแล้ว ก็แค่เท่านี้เอง
หนึ่งหมัดของเขาพอเทียบได้กับการโจมตีสุดกำลังของผู้บำเพ็ญระดับฝึกลมปราณขั้นสามเลยหรือนี่
และนั่นเขายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ด้วย
หากเขาใช้พลังเต็มที่ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญระดับฝึกลมปราณขั้นสามก็ต้านไว้ไม่ได้
คาดไม่ถึงว่าเพียงคืนเดียว เขาก็หลอมร่างเนื้อได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ไม่ว่าใครก็ตาม อยากจะฆ่าข้า?
ฝันไปเถอะ!
อืม ดูแล้วคงต้องหาทางหาคัมภีร์ฝึกกายสักเล่ม
ยาหลอมร่าง บวกกับคัมภีร์ฝึกกาย ร่างเนื้อของเขาก็จะถูกหลอมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
ยาหลอมร่างหมดแล้ว ยาล้างไขกระดูกก็หมดแล้ว
ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดคือยาไร้ค่าต่างหาก
แน่นอน หากไม่มีไอหยินหยาง ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์
ไอหยินหยางคือรากฐาน
และเพื่อจะได้ไอหยินหยาง หนทางเดียวคือการบำเพ็ญคู่
ศิษย์พี่หญิงในฝ่ายในของสำนักสุขาวดีกลุ่มนั้นต่างถือดีว่ารูปลักษณ์งดงามดุจบุปผา สายตาสูงส่ง ไม่มีทางไปหาศิษย์งานสารพัดชั้นต่ำในสำนักเพื่อบำเพ็ญคู่แน่
อืม ต้องคิดหาวิธีให้ศิษย์พี่หญิงในฝ่ายในที่สูงส่งเหล่านั้นมาหาเขาเพื่อบำเพ็ญคู่ด้วยตัวเองให้ได้
อ้อ ตัวเขาเองนี่แหละที่สามารถเปลี่ยนของไร้ค่าให้เป็นของล้ำค่าได้?
ขอแค่เขาสามารถเป็นศิษย์เฝ้าห้องยาไร้ค่าได้ เขาก็จะไม่ขาดแคลนยาแล้ว
การประลองใหญ่ของสำนักสุขาวดีกำลังใกล้เข้ามา
ศิษย์พี่ในฝ่ายในเหล่านั้นคงต้องการยกระดับพลังอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้สร้างชื่อเสียงอันน่าตื่นตะลึงในการประลองใหญ่ ให้ผู้อาวุโสในสำนักได้สังเกตเห็น และก้าวขึ้นสู่ความโดดเด่น
สำนักสุขาวดีเป็นสำนักที่ให้ความสำคัญทั้งการบำเพ็ญคู่และวิถีหลอมยา
ศิษย์พี่หญิงงามในฝ่ายในสามารถยกระดับพลังได้โดยการบำเพ็ญคู่และกินยา
พวกนางต้องการยาอะไรมากที่สุด?
ยาขั้นต่ำในมือของเขานั้น ศิษย์พี่งามทั้งหลายย่อมไม่เห็นอยู่ในสายตา
มีเพียงยาเสริมรากฐาน ยาทะลวงขอบเขต หรือแม้แต่ยากำเนิดทารก ที่เป็นยาช่วยทะลวงผ่านขอบเขตพลังเหล่านี้เท่านั้น คือสิ่งที่พวกนางต้องการจะได้
ยาเสริมรากฐานหนึ่งเม็ด สำหรับศิษย์พี่งามที่พลังติดอยู่ที่ระดับฝึกลมปราณขั้นสิบสมบูรณ์ ย่อมมีพลังเย้ายวนที่ยากจะต้านทานอย่างยิ่ง
ยังมียาทะลวงขอบเขต ยานี้สามารถช่วยผู้บำเพ็ญที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตกำเนิดทารกให้ยกระดับขอบเขตย่อยภายในขอบเขตใหญ่ได้ และสุดยอดของยาทะลวงขอบเขต คือยาทะลวงขอบเขตเก้ารอบ ยิ่งสามารถช่วยผู้บำเพ็ญที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐานสมบูรณ์ให้ทะลวงผ่านสู่ขอบเขตแก่นทองคำได้
ในฝ่ายในน่าจะมีศิษย์พี่งามไม่น้อยที่พลังติดอยู่ที่ขั้นสร้างรากฐานสมบูรณ์สินะ
แหะๆ!
หากเขามียาเหล่านี้อยู่ในมือ แล้วศิษย์พี่งามที่สูงส่งในฝ่ายใน จะไม่แย่งชิงกันมาหาเขาเพื่อขอยาหรือ?
ถึงตอนนั้น หากพวกนางยอมใช้การบำเพ็ญคู่เพื่อแลกเปลี่ยนกับยา เขาก็จะประทานยาหนึ่งเม็ดให้ หากไม่ยอม ก็ลืมไปได้เลย
เช่นนี้แล้ว เขาก็จะได้บำเพ็ญคู่อย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้ไอหยินหยาง แล้วใช้ไอหยินหยางมาหลอมยาไร้ค่าอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนของไร้ค่าให้เป็นของล้ำค่า พลางใช้ยาเพิ่มพลัง พลางใช้ยาที่หลอมใหม่ให้ศิษย์พี่ในฝ่ายในมาหาเขาเพื่อบำเพ็ญคู่
ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ
หมุนเวียนไปเช่นนี้ สิ้นกังวลเรื่องไม่สามารถยกระดับพลังได้? สิ้นกังวลเรื่องไม่เจริญรุ่งเรือง?
ลู่เฉินยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งคิดก็ยิ่งเร่าร้อน
สาสมใจ!