ลู่เฉินไม่ได้กลับไปที่ลานพักพวกบ่าวในทันที
เขาลงไปชำระล้างโคลนที่เปื้อนกายในลำธารบนเขาหลังก่อน โยนชุดที่เปรอะเปื้อนทิ้งไป จากนั้นหยิบชุดสะอาดจากถุงเก็บของมาสวมใส่
เขายังอ้อมจากเขาหลังมาทางเขาหน้า ถึงได้รีบกลับลานพัก
ลู่เฉินเพิ่งเข้าห้องปิดประตู เสียงตวาดเกรี้ยวกราดก็ดังมาจากด้านนอก
“ใครเป็นหูเปียว รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”
ลู่เฉินได้ยินเสียงก็ตกใจยิ่งนัก
ไม่คิดว่าหยุนเฟยเอ๋อร์ ศิษย์พี่หญิงสายในจะมาถึงที่นี่ไวเพียงนี้
“นี่... ข้าก็คือหูเปียว ไม่ทราบว่าศิษย์พี่...”
หูเปียวยิ้มแย้มเดินเข้าไปหา
ในพริบตาต่อมา เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้น หูเปียวถูกฝ่ามือเดียวจากผู้มาเยือนซัดกระเด็นลอยไปกระแทกกำแพงด้านหลังอย่างจัง แล้วไถลร่วงลงกับพื้น เลือดสดกระอักออกมาคำโต
หูเปียวมึนงงไปหมด
“อุกอาจนัก เจ้ากล้าลอบไปดูศิษย์พี่สายในอาบน้ำที่เขาหลัง ชั่วช้าสามานย์สมควรตาย!”
หยุนเฟยเอ๋อร์จ้องเขม็งมาที่หูเปียวด้วยจิตสังหาร
“ไม่ไม่ไม่... ศิษย์พี่ เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้...”
หูเปียวตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
“เจ้ากล้าปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเขาหลังหรือ?”
หยุนเฟยเอ๋อร์โกรธจัด
ลู่เฉินมองลอดช่องประตูออกไป เห็นหยุนเฟยเอ๋อร์มีจิตสังหารแผ่ออกมาเต็มใบหน้า ขณะที่หูเปียวกองลงบนพื้นไอเป็นเลือดไม่หยุด
“ไม่ใช่ เรื่องนี้... ท่านผู้ดูแลผัง ท่านต้องช่วยเป็นพยานให้ข้าด้วยนะ ข้าไม่ได้แอบดูศิษย์พี่อาบน้ำจริง ๆ!”
หูเปียวเร่งขอความช่วยเหลือจากผู้ดูแลผังที่ได้ยินเสียงจึงวิ่งมา
“เรื่องนี้... ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน...”
พอผู้ดูแลผังเห็นหยุนเฟยเอ๋อร์เดือดดาล ก็ลนลานเผ่นหนีทันที
จะมาเล่นตลกอะไรกัน พวกศิษย์พี่หญิงเซียนแห่งสายในนี่หรือที่พวกเขาจะหาเรื่องด้วยได้?
“ผู้ดูแลผัง...”
หูเปียวตาค้าง
“เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีก?”
หยุนเฟยเอ๋อร์คิ้วตั้งชัน จ้องเขม็งมาที่หูเปียว
“ศิษย์พี่ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ... หูเปียวข้าขอสาบาน...”
หูเปียวปวดใจยิ่งนัก
เขาไปเขาหลังจริง แต่ว่าถูกผู้ดูแลผังฉุดไป และไม่มีทางลอบไปดูศิษย์พี่อาบน้ำเด็ดขาด
อาจหาญถึงเพียงนั้นได้อย่างไร
เขาโดนใส่ความ
แต่ตอนนี้ต่อให้มีร้อยปากก็แก้ต่างไม่ขึ้นแล้ว
“ยังจะสาบาน...”
หยุนเฟยเอ๋อร์ฟังแล้วโทสะพลุ่งขึ้นอีก ย่างเท้าเข้าไปเตะใส่ตันเถียนของหูเปียวอย่างจัง
ร่างหูเปียวสะท้านทั่วร่าง ร้องโหยหวนทั้งเรือนกายขดงองุ้มอยู่บนพื้นไม่ต่างจากกุ้งตัวใหญ่
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ฆ่าเจ้ามันไม่สาสม ข้าจะทำลายตันเถียนเจ้า ให้เจ้ากลายเป็นคนไร้กำลังวังชา อยากตายไม่ได้อยากอยู่ไม่รอด!”
หยุนเฟยเอ๋อร์ว่าจบก็หมุนตัวเดินจากไปด้วยโทสะ
เวลานี้ ศิษย์บ่าวที่อยู่โดยรอบถึงกล้าล้อมเข้ามา
“หูเปียวเอ๋ยหูเปียว เจ้าก็มีวันนี้ด้วย...”
หลิวเฮยจื่อตรงเข้าไปเตะหูเปียวอีกที
ศิษย์บ่าวคนอื่นเห็นดังนั้น ก็กรูกันเข้ามารุมชกต่อยกระทืบยำหูเปียวไม่ยั้ง
เจ้านี่ถือว่าเป็นลูกไล่ของผู้ดูแลผัง อีกทั้งยังมีพลังฝึกตนสูงกว่าศิษย์บ่าวคนอื่น วันปรกติชอบรังแกศิษย์บ่าวมาโดยตลอด
ตอนนี้ เจ้านี่กลายเป็นคนไร้ค่าไปแล้ว ไหนเลยจะไม่ชำระแค้นชดใช้หนี้แค้น?
ลู่เฉินก็เดินออกมาจากห้องเช่นกัน
พอเหล่าศิษย์บ่าวระดมต่อยหูเปียวหนักหน่อย ก็แยกย้ายกันไป
พวกเขาก็ไม่กล้าลงมือถึงตาย
“พี่เปียว ท่านเป็นอะไรไป พี่เปียว...”
ลู่เฉินเสแสร้งเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ใช่ข้าจริง ๆ นะ...”
น้ำตาใสหยดหนึ่งไหลลงจากหางตาที่ปูดบวมของหูเปียว เขาถูกใส่ความแท้ ๆ
ลู่เฉินมองดู เห็นหูเปียวถูกซ้อมจนหน้าบวมเป่งเหมือนหัวหมู สภาพสุดจะมอง
“ลู่เฉิน เจ้านี่เวลาเขาก็มักรังแกเจ้าอยู่มิใช่หรือ เจ้ายังจะเป็นห่วงเขาอีก?”
หลิวเฮยจื่อไม่เข้าใจ
“เฮ้อ ทุกคนก็ล้วนเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน เขาก็ตกอยู่ในสภาพนี้ รักษาไม่ได้อีกแล้ว หรือพวกเราจะกรุณาหน่อย ไปส่งเขาให้ถึงที่สุด แบกไปทิ้งที่หลุมฝังศพไร้ญาติดี?”
ลู่เฉินกล่าวพลางยิ้มออกมา
“ฮ่า ๆ... ลู่เฉินเอ๋ย ข้านึกว่าเจ้าสงสารไอ้หนุ่มนั่นจริง ๆ เสียอีก”
หลิวเฮยจื่อตบบ่าลู่เฉินพลางร้องหัวเราะดังลั่น
“ไม่... ข้า... ข้ายังพอกู้คืนได้อีกนะ...”
หูเปียวบนพื้นหายใจรวยริน
“กู้แกสิ...”
หลิวเฮยจื่อถ่มน้ำลายใส่หูเปียวบนพื้น
“แยกย้ายกันได้ พรุ่งนี้ยังต้องทำงานอีก กลับไปนอนให้หมด!”
ผู้ดูแลผังหวนกลับมาอีกครั้ง
“ผู้ดูแลผัง ช่วยข้าด้วย...”
หูเปียวรู้สึกเห็นความหวังขึ้นมาทันใด
แม่เจ้า กลายเป็นคนไร้ค่าแล้ว จะช่วยเอาอะไร
ผู้ดูแลผังขัดใจยิ่งนัก เดิมยังนึกจะใช้หูเปียวในการประลองคืนพรุ่งนี้สังหารลู่เฉินเสีย
ใครจะคิดว่าเจ้านี่จะถูกศิษย์พี่หญิงสายในเตะตันเถียนแตกหมดสิ้น สิ้นสุดพลังฝึกฝนไป
ทำเอาเขาต้องหาคนอื่นมากำจัดลู่เฉินใหม่
“ลู่เฉิน หลิวเฮยจื่อ เจ้าสองคนแบกหูเปียวกลับไป!”
ผู้ดูแลผังเอ่ยสั่งลู่เฉินกับหลิวเฮยจื่อ
ทั้งสามอยู่ห้องเดียวกัน
ลู่เฉินและหลิวเฮยจื่อจำต้องเข้าไปแบกหูเปียวกลับห้อง
ผู้ดูแลผังมองลู่เฉินลึกซึ้งแวบหนึ่ง แล้วหมุนตัวเดินจากไป
ลู่เฉินรู้ว่าจัดการหูเปียวไปแล้ว แต่วิกฤตยังไม่สิ้นสุด
ผู้ดูแลผังจะยังคงหาคนอื่นมาจัดการเขาอีก
เขาจำต้องสืบให้รู้ก่อนว่าใครต้องการสังหารเขา
หนทางรักษาชีวิตในยามนี้ คงต้องเร่งเพิ่มพลังฝึกตน
การจะเพิ่มพลังฝึกตนก็ต้องได้โอสถเสียมา
ในเตาหยินหยางของเขายังมีไอหยินหยางอยู่อีกสิบสี่เส้น
จะมีโอสถเสียสำเร็จรูปที่ไหน?
ก็ห้องโอสถเสียยังไงเล่า!
ลู่เฉินนั่งไม่ติดแล้ว เขาล้วงเอาเหล้าไหสุดท้ายที่ซื้อจากเชิงเขาเมื่อคราวก่อนออกมา แล้วเดินออกไป
เขาเหยียบย่างแสงจันทร์มาถึงห้องโอสถเสีย หาตัวผู้ดูแลห้องโอสถเสียเฒ่าโหว โหวต้าไห่จนเจอ
“เอ้า น้องลู่เฉิน ดึกป่านนี้มีเวลามาหาข้าได้อย่างไร?”
โหวต้าไห่เห็นว่าเป็นลู่เฉินก็ประหลาดใจยิ่งนัก
ไอ้หนุ่มนี่ครึ่งค่อนไม่นอน วิ่งมาที่นี่เพื่ออะไร
ที่นี่ไม่มีอะไรนอกจากโอสถเสียและพิษโอสถ
ศิษย์บ่าวปรกติไม่มีใครอยากเข้าใกล้
“มาหาเหล้าดื่มคุยกับท่านผู้อาวุโส”
ลู่เฉินตอบยิ้ม ๆ
“เชอะ ข้ายังไม่รู้ทันเจ้าหรือ? ว่ามา เจ้าต้องการอะไร!”
โหวต้าไห่พอเห็นไหเหล้าในมือลู่เฉิน ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทันที
“ก็ไม่มีอะไรมาก คิดว่าจะขอโอสถเสียสักสองสามเม็ดจากท่าน”
ลู่เฉินวางไหเหล้าต่อหน้าโหวต้าไห่
“เจ้าจะเอาโอสถเสียไปทำไม? ของพวกนั้นมีพิษโอสถอยู่ เจ้าพลังฝึกตนแค่ขอบเขตปราณขั้นหนึ่ง ทนไม่ไหวหรอก”
โหวต้าไห่ส่ายหน้า เขามองไม่ออกว่าพลังของลู่เฉินทะลวงขึ้นขอบเขตปราณขั้นสองแล้ว
“เช่นนั้นท่านก็ให้ข้าที่มีพิษโอสถไม่มากก็ได้ ข้าจะเอากลับไปลองศึกษาดู”
ลู่เฉินว่าพลางเปิดผนึกบนปากไห กลิ่นเหล้าหอมก็ตลบอบอวลขึ้นมาทันที
โหวต้าไห่อดกลืนน้ำลายหลายครั้งไม่ไหว
“ไม่ใช่ อย่าบอกนะว่าเจ้าอยากเป็นโอสถปรมาจารย์ อย่าไปฝันเฟื่องเลย พวกเราที่เป็นเพียงศิษย์สายนอกไร้ซึ่งสิทธิ์ได้รับเคล็ดวิชาแท้จริงของสำนัก เฮ้อ ช่างเถอะ เจ้าไปเลือกเอาเอง แต่อย่าเอามากเกินไป!”
โหวต้าไห่ถอนหายใจ ส่ายหัว แล้วโยนกุญแจทั้งพวงให้ลู่เฉิน ก่อนส่งเม็ดยาถอนพิษให้อีก
ศิษย์บ่าวจะอยากเป็นโอสถปรมาจารย์ ช่างยากยิ่งกว่าก้าวสู่สวรรค์
“ขอบคุณ!”
ลู่เฉินรับกุญแจ กินเม็ดยาถอนพิษลงไป แล้วใช้กุญแจไขประตูใหญ่ของห้องโอสถเสีย
ไอสีดำกลุ่มหนึ่งกรูกันพวยพุ่งออกมาจากห้องโอสถเสียในบัดดล
แม้เขาจะกลั้นหายใจไว้ล่วงหน้า ก็ยังรู้สึกโคลงเคลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ
พิษโอสถสายเล็ก ๆ ซึมผ่านรูขุมขนเข้าสู่ร่างของเขา
เวลานี้ ฤทธิ์ยาถอนพิษเริ่มคลี่คลายพิษโอสถที่รุกล้ำเข้ามา
พิษโอสถช่างรุนแรงนัก
ลู่เฉินตั้งสติ เห็นภายในห้องโอสถเสียมีโอสถเสียกองสุมสูงเยี่ยงภูเขา พิษโอสถสีดำกลายเป็นม่านหมอกพิษฟุ้งอยู่ในทุกอณู
“นี่...”
ดวงตาทั้งคู่ของเขาเปล่งประกาย
โอสถเสียที่ไร้คนต้องการเหล่านี้ ในสายตาเขาล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า
แล้วนี่ยังเป็นเพียงห้องโอสถเสียหนึ่ง ห้องโอสถเสียแบบนี้ ที่นี่มีมากถึงสิบแปดห้องด้วยกัน!
ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะรับช่วงดูแลห้องโอสถเสียจากโหวต้าไห่!