“สหายร่วมงานทั้งสอง คนผู้นี้ฝีมือร้ายกาจเกินไป หากพวกเราลงมือแยกกัน ไม่มีใครเอาชนะเขาได้อยู่แล้ว อีกอย่างเขาเป็นคนบอกให้พวกเรารุม ต่อให้ชนะก็ไม่ถือว่าเอาเปรียบ” หลิ่วชิง ผู้ถือกระบี่สั้นคมแคบและถนัดลอบสังหารระยะประชิด กล่าวเสียงขรึม
“พวกเราสามคนผลัดกันบุกเต็มกำลัง ไม่ต้องออมมือแม้แต่น้อย คอยบั่นทอนกำลังภายในของเขา แล้วเขาจะต้องเผยช่องโหว่ออกมา!”
“ดี!”
“ลุยพร้อมกัน!”
ทั้งสามขยับพร้อมกัน
ร่างของหลิ่วชิงพลิ้วไหว กระบี่สั้นเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ นางรอจังหวะเหมาะแล้วค่อยลงมือปลิดชีพ เป็นวิธีการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมและอำมหิต
ส่วนเฉินอู่ฝึกวิชากายาเหล็ก ทั้งยังมีหมัดเหล็กคู่หนึ่ง เปิดฉากโจมตีอย่างดุดัน เน้นเข้าปะทะและกดข่มคู่ต่อสู้ซึ่งหน้า
จี้หานวนเวียนอยู่ด้านข้าง กระบวนท่านุ่มนวล อาศัยจังหวะลอบโจมตีฉับพลัน
ทั้งสามประสานงานกันได้อย่างรู้ใจ ราวคลื่นยักษ์โถมซัดระลอกแล้วระลอกเล่าไม่ขาดสาย
ที่สำคัญ หากคนหนึ่งเผยช่องโหว่ อีกคนก็จะโจมตีจุดตายของหลี่ฝานเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้อีกฝ่าย
ดูท่าแล้ว พวกนางคงไม่ได้ร่วมมือสู้ศัตรูเป็นครั้งแรก
ส่วนหลี่ฝานไม่อยากเปิดเผยไพ่ตายว่าเขาก็ฝึกวิชากายาเหล็กเช่นกัน มิฉะนั้นคงจัดการทั้งสามคนไปนานแล้ว ทุกครั้งที่เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ เขาจึงพยายามหลบหลีกให้มากที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรับมือได้อย่างสบาย ไม่เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้เปรียบแม้แต่น้อย
ฟึ่บ!
เมื่อเฉินอู่เห็นว่ากริชในแขนเสื้อของหลิ่วชิงแทงเข้าใส่ท้องหลี่ฝาน จึงเหวี่ยงหมัดออกไป!
จี้หานฉวยโอกาสอ้อมไปด้านหลัง ดาบยาวในมือเตรียมฟาดลงมา
หลี่ฝานเบี่ยงตัว หลบกริชกับดาบด้านหลังด้วยมุมที่คาดไม่ถึง ก่อนซัดหมัดรวดเร็วเข้าใส่เฉินอู่
