“เจ้าหนูปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยังกล้ามาพูดจาโอหังที่นี่! ข้าจะเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จงส่งมอบเสบียงและทรัพย์สินศึกทั้งหมดเดี๋ยวนี้ แล้วนำคนทั้งหมู่บ้านคุกเข่ารับผิด เรื่องนี้ข้าจะยอมยุติแต่เพียงเท่านี้!”
“หากยังดื้อดึงรวบรวมผู้คนต่อต้านทางการ ก็เท่ากับสมคบกับเผ่าคนเถื่อนก่อกบฏ มีความผิดฐานคิดคดทรยศ!”
“พวกเจ้าคงรู้ดีว่าโทษฐานคิดคดทรยศนั้น คนทั้งหมู่บ้านไม่ว่าเด็กหรือคนแก่ล้วนต้องถูกจับมาลงโทษ พวกเจ้าไม่กลัวตายกันหรือ?”
ในราชวงศ์ต้าหลี โทษฐานคิดคดทรยศเป็นความผิดร้ายแรงอันดับหนึ่งในบรรดาความผิดมหันต์ทั้งสิบ!
หลังเสิ่นเว่ยยกไม้ตายนี้ออกมา รอยยิ้มเย็นที่มุมปากก็ยิ่งลึกขึ้นหลายส่วน
ก็แค่ชาวบ้านบ้านนอกกลุ่มหนึ่ง จะเข้าใจกฎหมายจริง ๆ ได้อย่างไร? พอพูดถึงความผิดร้ายแรงที่ทำให้ถูกยึดทรัพย์ล้างตระกูลเช่นนี้ พวกมันย่อมหวาดกลัวจนคุกเข่ายอมรับผิด แล้วมอบความดีความชอบให้แน่!
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ เมื่อหลี่ฝานได้ยินคำพูดเหล่านั้น กลับหัวเราะเสียงดังขึ้นมา
“ฮ่า ๆ ๆ! นายกองเสิ่น ความสามารถในการใส่ร้ายป้ายสีของท่านช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
แววตาหลี่ฝานเย็นเยียบ น้ำเสียงเย็นชาขณะกล่าวว่า “ข้าแค่ไม่รู้ว่าความสามารถของท่านจะเก่งกาจเท่าปากหรือไม่!”
“คืนนี้ไม่ว่าใคร หากกล้าแย่งความดีความชอบแม้เพียงหนึ่งชุ่นจากหมู่บ้านหลิ่วซู่ ตาย!”
“ฆ่า!”
“ฆ่า!”
“ฆ่า!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ฝาน เหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านก็ชูอาวุธในมือขึ้นพร้อมตะโกนก้อง เสียงดังกึกก้องสะเทือนฟ้า!
แล้วอย่างไรถ้าเป็นทหารทางการ? พวกเขาก็เคยฆ่าทหารหนีทัพมาแล้วไม่ใช่หรือ!
ในยุคนี้คนใจดีมักถูกรังแก ม้าเชื่องก็มักถูกขี่! ใครกล้ามาก่อเรื่องก็ฆ่ามันเสีย!
เมื่อเห็นชาวบ้านมีปฏิกิริยาเช่นนี้ เสิ่นเว่ยก็รู้ชัดว่า วันนี้ขู่ให้กลัวคงไม่ได้ผลแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนั้น เพื่อให้มีคำชี้แจงต่อราชสำนัก ก็คงไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ!
“ทั้งกองตั้งขบวน! ใครกล้าขัดขืน ฆ่าทิ้งได้ทันที!”
เสิ่นเว่ยสะบัดแส้ในมือขึ้นอย่างแรง เสียงแส้ฟาดดังสนั่นกรีดผ่านท้องฟ้า!
