หลังลุงซุนแบกกระสอบจากไป ลู่เจี้ยนจวินยืนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินไปยังลานตากข้าว
อย่างไรเสียก็อยู่ในหมู่บ้าน ต่อให้ต้องเข้าประชุมตอนเริ่มงาน ลู่เจี้ยนจวินก็ยังไปทันได้สบาย
ลานตากข้าวว่างเปล่า มีเพียงกระสอบที่เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบอยู่หน้าประตูโกดัง ซึ่งจัดการไว้ตั้งแต่เมื่อวาน
ลู่เจี้ยนจวินหยิบพลั่วไม้ขึ้นมา เกลี่ยเมล็ดข้าวที่จะตากวันนี้ออก
งานตากข้าวนี่เขาทำมาเกือบ 10 วันแล้ว หลับตาก็ยังรู้ว่าต้องทำอย่างไร
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ สูงขึ้น อากาศบนลานตากข้าวก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
ใกล้เที่ยง หลิวต้าฝียวถึงค่อยมา
คราวนี้เขาไม่ได้เอาเก้าอี้มาด้วย แค่ยืนมองอยู่ข้างลานพักหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
บ่ายสองโมงกว่า ลู่เจี้ยนจวินเริ่มบรรจุข้าวส่วนที่ตากแห้งได้ที่ลงกระสอบ จู่ ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากที่ไกล ๆ
เขาเพียงมองไปทางปากหมู่บ้าน ก็เห็นรถจี๊ปสีเขียวคันหนึ่งกำลังแล่นมาตามถนนดิน
รถจี๊ปจอดหน้ากองบัญชาการหน่วยผลิต ประตูรถเปิดออก คนแรกที่ลงมาคือเจ้าหน้าที่หนุ่ม จากนั้นเป็นชายวัยราว 40 ปี
ชายคนนั้นสวมเครื่องแบบทหารที่ยังดูใหม่อยู่ ใบหน้าเป็นมิตร
หลิวต้าฝียววิ่งเหยาะ ๆ ออกมาต้อนรับจากข้างในกองบัญชาการ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ผู้บังคับการหวัง มาแล้วหรือครับ ทำไมไม่บอกกันล่วงหน้าสักคำ ผมจะได้เตรียมตัวไว้”
หวังเจิ้นกั๋วโบกมือ ไม่ได้ตอบอะไร สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนหยุดอยู่ทางลานตากข้าว
