นิ้วที่เคาะโต๊ะของเซียวเหยี่ยนชะงักไป
ตึงเครียดงั้นหรือ?
เส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบๆ สองสามจังหวะ ทว่าไม่ได้ปฏิเสธ เพียงแต่กัดฟันพูดว่า:
"เสี่ยวเค เจ้าเงียบๆ สักหน่อยได้หรือไม่? ข้ากำลังทำภารกิจสำเร็จ"
แม้แต่สภาพร่างกายของเขายังถูกตรวจสอบ ตรวจสอบก็แล้วไป ยังพร่ำพูดในหัวเขาไม่หยุดหย่อน!
เสี่ยวเคได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับภารกิจ ก็รีบเงียบปากตามคำสั่งทันที
ทุกสิ่งเพื่อเคพีไอ นายท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใดล้วนได้ทั้งสิ้น!
ในหัวเงียบสงบแล้ว
หลิวชิงฉือนั่งลงที่ขอบเตียงแล้ว
บาดแผลบนหลังของเขาไม่อาจรองรับการยืนนานเกินไป การได้นั่งลงก็นับว่าได้พักหายใจ
ภายในโถงตำหนัก แสงเทียนส่องไหว เงาแสงอบอุ่นตกลงบนร่างเขา แต่ก็ไม่อาจขจัดกลิ่นอายเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่เกาะกุมรอบกายเขาได้
เขาก้มศีรษะต่ำ แสงเทียนทอดเงาลึกตื้นไม่เท่ากันบนใบหน้าด้านข้างของเขา ทั้งร่างราวกับรูปปั้นหิมะที่กำลังจะละลาย
เซียวเหยี่ยนลุกขึ้นยืน
ชุดคลุมสีดำลากพื้น เขาเดินก้าวแล้วก้าวเล่ามาตรงหน้าหลิวชิงฉือ
ร่างสูงใหญ่แผ่เงาปกคลุมคนอ่อนแอบนเตียงนั้นทั้งหมด เงาดำทอดตัวลง นำพาความกดดันที่ทำให้ผู้คนแทบหยุดหายใจ
หลิวชิงฉือใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มทีแล้ว เซียวเหยี่ยนรู้ดี
เขาเลิกชายเสื้อคลุมขึ้น นั่งลงข้างกายเขา
รักษาระยะห่างหนึ่งช่วงแขน ไม่มากไม่น้อย
"บาดแผลได้รับการดูแลหมดแล้วหรือ?"
น้ำเสียงของเซียวเหยี่ยนฟังไม่ออกว่ามีอารมณ์ใด
แต่หลิวชิงฉือในชั่วขณะที่ได้ยินเสียง ก็เกร็งจิตใจขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"ทูลองค์ชาย หมอหลวงตรวจรักษาแล้ว ได้พันผ้าเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
บาดแผลที่แต่เดิมน่าเกลียดน่ากลัวนั้นได้ทายาแล้ว ทั้งหมดถูกผ้าพันแผลปิดคลุมไว้
ก็ไม่ถึงกับทำลายความสนใจของอ๋องอวี้
เขาได้ยินเซียวเหยี่ยนถามอีกว่า:
"ดื่มยาแล้วหรือ?"
หลิวชิงฉือชะงักไป ตอบว่า: "...ดื่มแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ถามถึงบาดแผลของเขายังพอมีเหตุผล แต่ถามว่าเขาดื่มยาหรือไม่นั้นคือ...
หรือจะกลัวว่าความขมในปากของเขาจะมาบั่นทอนความสนใจของเขา?
นิ้วมือที่ตกอยู่ข้างกายของหลิวชิงฉือขดงอโดยไม่รู้ตัว ข้อนิ้วขาวซีด
เสียงของเขาสั่นเบา เปี่ยมด้วยความยอมจำนนอันน่าอดสู อธิบายด้วยตนเองว่า:
"องค์ชายโปรดวางพระทัย ก่อนมาที่นี่... มีบ่าวคอยปรนนิบัติให้ข้าน้อยอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าอย่างละเอียดแล้ว ยังบ้วนปากชำระซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสะอาดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เซียวเหยี่ยนคาดไม่ถึงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าหลิวชิงฉือเอ่ยบอกอะไรมากมายด้วยตนเองเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร
อย่างไรก็ตาม พวกคนรับใช้เหล่านั้นทำงานได้ตรงตามหน้าที่ดี
ดูแล้วตอนนี้ สภาพของชายรูปงามขี้โรคนี้ดูจะไม่ย่ำแย่เหมือนตอนแรกเริ่มแล้ว อย่างน้อยก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิต
แต่เขาสามารถฟังออกว่าน้ำเสียงของหลิวชิงฉือนั้นเจือความยอมจำนนและการประจบ
ในใจเซียวเหยี่ยนพลันบังเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดข้องขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เขาจำภาพหลิวชิงฉือในหนังสือที่บรรยายไว้ได้ แม่นางที่เคยตวัดพู่กันสาดหมึกในงานเลี้ยงฉลองบุปผา จนเป็นที่อัศจรรย์ใจแก่ผู้คนเต็มที่นั่งนั้น
นั่นช่างเป็นผู้สูงส่งดุจสายลมและจันทร์กระจ่าง หยิ่งทะนงดุจไผ่เพียงใด
เซียวเหยี่ยนบอกไม่ถูกว่าไฟโทสะที่พลุ่งขึ้นในอกเกิดจากอะไร
เพราะไข่มุกสว่างนี้ต้องหมองหม่น หยกงามนี้ต้องจมโคลน อันทรงค่าสิ้นเปลืองหรือ?
หรือเพราะตนเองนั่นแหละคือคนถือมีดเชือดเฉือน บีบบังคับให้เขาหักทลายความสง่างามลง เป็นผู้ร้ายต้นเหตุ?
บังเอิญในยามนี้เอง เสี่ยวเคยังโผล่ออกมาเตือนเขาว่า:
"นายท่าน อย่ามัวเหม่อเลยเจ้าค่ะ! ถึงเวลาดำเนินเนี้อเรื่อง 'บังคับครอบครอง' แล้ว!"
หว่างคิ้วของเซียวเหยี่ยนกระตุกอย่างแรง
"หุบปาก!"
เสี่ยวเคถูกเสียงตวาดเกรี้ยวกราดนี้ข่มขวัญไว้
อ๊ากกก! นายท่านดุร้ายอะไรเช่นนี้?! ข้าเพียงเห็นนายท่านเหม่อลอยนานเกินไปเท่านั้น!
เขามัวแต่เหม่อลอย แม้แต่ตัวละครเอกฝ่ายรับข้างๆ ยังรู้สึกแปลกใจแล้ว!!!
เซียวเหยี่ยนตวาดระบบจบในสมอง สีหน้าก็ควบคุมไม่ได้เผยความโกรธออกมานิดหนึ่ง
ท่าทางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยนี้ตกอยู่ในสายตาของหลิวชิงฉือที่ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาอย่างชัดเจน
ในสายตาของหลิวชิงฉือ ใบหน้าของอ๋องอวี้ที่พลันหม่นลง ริมฝีปากบางที่เม้มแน่น และกลิ่นอายรอบกายที่กดดันมากขึ้นในพริบตา ล้วนเป็นลางบอกเหตุก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน
โดยสัญชาตญาณเขาอยากจะถอยหนี แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อไม่ฟังคำสั่ง
ได้แต่มองดูเซียวเหยี่ยนหันขวับมามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า
เขาเห็นเซียวเหยี่ยนพลันยกมือขึ้น ยื่นมาทางเขา
ไม่อาจขัดขืน
ไม่อาจหลบ
ด้วยสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ หากคิดจะมีชีวิตต่อไป
ก็ทำได้เพียงทน
เพียงชั่วพริบตาที่จิตใจล่องลอย มือของเซียวเหยี่ยนก็มาถึงตรงหน้าอกของเขาแล้ว
รั้งเปิดชายเสื้อของเขาออกโดยตรง
ปลายนิ้วพาความเย็นวาบเล็กน้อย ราวกับลิ้นของงูพิษ
ชั่วอึดใจนั้น หลิวชิงฉือแทบจะได้ยินเสียงโลหิตในกายตัวเองแข็งตัว
เพียงแค่คิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมา ท้องของเขาที่ถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดก็พลิกคว่ำพลิกหงาย พลันเกิดแรงอยากอาเจียนระลอกแล้วระลอกเล่า
เขาหลับตาลงราวกับยอมรับชะตากรรม
แต่อ๋องอวี้ผู้ร้อนรนด้วยราคะนั้นกลับไม่ถอดเสื้อผ้าของเขาต่อแล้ว
ระหว่างลำคอรู้สึกถึงแรงกระชากดึง
หลิวชิงฉือลืมตาขึ้นมองด้วยความตะลึง
เพิ่งพบว่าเป็นเซียวเหยี่ยนที่แย่งจี้หยกวงแหวนบนคอของเขาไป บัดนี้กำลังถือเล่นอยู่ในมือ
ดูเหมือนสนใจยิ่งนัก...
เขาก้มมองชายเสื้อของตัวเองอีกครั้ง ก็ยังสวมใส่เรียบร้อยอยู่
"...องค์ชาย?" หลิวชิงฉือเอ่ยปากอย่างลังเล
เซียวเหยี่ยนก้มหน้าไม่ยอมเงยขึ้น: "หืม?"
หลิวชิงฉือ: "..."
เขาพลันไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใด
เซียวเหยี่ยนกลับยัดหยกวงแหวนนั้นเข้าอกเสื้อตัวเองเสียเฉยๆ ยึดครองอย่างถือดีชอบธรรม:
"หยกชิ้นนี้ไม่เลว ข้าถูกใจแล้ว"
สีหน้าหลิวชิงฉือแฝงความลังเลเล็กน้อย
ถึงแม้หยกวงแหวนนี้จะเป็นสิ่งของเพียงชิ้นเดียวที่มารดาทิ้งไว้ให้เขา แต่มันก็เป็นของนอกกาย
หากอ๋องอวี้สนใจเพียงหยกวงแหวนของเขา ไม่ได้สนใจในตัวเขา
เขาย่อมยินดีอย่างหาใดเปรียบ...
เซียวเหยี่ยนทอดสายตาเกียจคร้านมองเขา ถามว่า:
"อย่างไร? บัดนี้ตัวเจ้ายังเป็นของข้า เพียงแค่หยิบจี้ห้อยคอของเจ้าไป เจ้ากลับไม่ยินยอมถึงเพียงนี้?"
หลิวชิงฉือรีบก้มศีรษะลง เสียงพูดฝืดฝืน:
"ไม่กล้าขอรับ... องค์ชายโปรดปราน เป็นวาสนาของหยกชิ้นนี้"
มุมปากเซียวเหยี่ยนยกยิ้มร้ายกาจ ดูเหมือนเขาจะพอใจมากกับคำตอบนี้ แต่ในใจจริงกำลังรับมือกับเสียงกรีดร้องของเสี่ยวเค
"นายท่าน! ท่านทำอะไรน่ะ! เนี้อเรื่องไม่ใช่แบบนี้! สิ่งที่ท่านต้องบังคับครอบครองคือคน! คน! ไม่ใช่หยก!!! (╯‵□′)╯︵┻━┻"
"เสี่ยวเค เจ้าไปดูข้อกำหนดภารกิจให้ละเอียดอีกครั้งสิ เนื้อหาต้นฉบับของภารกิจคือ 'ในคืนนี้ดำเนินเนี้อเรื่องบังคับครอบครองให้สำเร็จ' ไม่ได้ระบุว่าเป็นคนหรือหยก" เซียวเหยี่ยนหลอกล่อระบบอย่างหน้าไม่อาย
เสี่ยวเค: "⊙0⊙"
มันวิเคราะห์ข้อกำหนดภารกิจอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วนทีละคำ
พบว่าสิ่งที่นายท่านพูดไร้ช่องโหว่ทางตรรกะจริงๆ!
เสี่ยวเคอุทาน: "สวรรค์ นายท่าน! เป็นเช่นนั้นจริงๆ!"
เซียวเหยี่ยนคาดการณ์ไว้นานแล้ว
เขาจำได้ว่าตอนที่ตนอ่านหนังสือ บทบรรยายช่วงนี้ก็ไม่มีรายละเอียดมากนัก
เนื่องจากเดิมทีหนังสือเล่มนี้เป็นนวนิยายที่ถูกต้องตามกฎหมายของเว็บไซต์ทางการ แม้จะเป็นแนวรักทารุณบังคับรัก แต่ในด้านรายละเอียดการพรรณนาบางแง่มุมก็ตัดทอนเท่าที่ตัดทอนได้
"อืม เสี่ยวเคนี่ฉลาดขึ้นทุกทีแล้ว รู้จักวิเคราะห์ข้อกำหนดภารกิจแล้ว" เซียวเหยี่ยนไม่หวงคำชมระบบเลยแม้แต่น้อย แล้วถามอีกว่า "เช่นนั้นเนี้อเรื่องส่วนที่บังคับครอบครองนี้ถือว่าสำเร็จแล้วใช่ไหม?"
เสี่ยวเค: "(//∇//) สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้ว"
เสี่ยวเคถูกชมจนล่องลอยใจ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนชมว่ามันฉลาด!
ถึงตอนนี้ เซียวเหยี่ยนทำภารกิจได้สองในสามสำเร็จแล้ว
เขานั่งด้วยสีหน้าลึกล้ำนัย ยากหยั่งรู้ กำลังพูดคุยกับระบบในสมอง แต่กลับไม่ได้สังเกตว่าหลิวชิงฉือมองเขาด้วยสายตาครุ่นคิดบางอย่าง
หลิวชิงฉือกำลังคิดว่า... เพราะเหตุใดเซียวเหยี่ยนถึงไม่แตะต้องเขา
หากจะให้เขาเชื่อว่าคนมักมากในกามและสุราผู้นี้กลับใจเป็นคนดีแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นเขาจึงนึกถึงใบบันทึกยาที่ตนเหลือบเห็นโดยไม่ตั้งใจเมื่อคราวที่หมอหลวงมาตรวจรักษาเขาในบ่ายวันนี้
ใบบันทึกยานั้นน้ำหมึกยังไม่แห้งสนิท น่าจะเพิ่งเขียนได้ไม่นาน
และหมอหลวงที่มาเยือนจวนอ๋องอวี้ในวันนี้ เดิมทีก็เพื่อมาตรวจรักษาอาการป่วยให้อ๋องอวี้ ดังนั้นใบบันทึกยานั้นจึงเขียนให้เซียวเหยี่ยน
หลิวชิงฉือรอบรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง เพียงแวบเดียวก็ดูออกถึงสรรพคุณของใบบันทึกนั้น
ใบบันทึกยานั้นคือ... ยาบำรุงกำลัง
ประกอบกับเรื่องเมื่อครู่ ในใจเขากระจ่างแจ้งแล้ว
เซียวเหยี่ยนน่ะ ไม่ได้เรื่องแล้ว