พลิกชะตารักสื่อร้ายใจสื่อรัก

ตอนที่ 5 นอนคว่ำลง

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เซียวเหยี่ยนยังคงครุ่นคิดถึงภารกิจส่วนที่เหลืออีกหนึ่งในสาม

นับจากนี้ก็เหลือเพียง “คืนแรก” เท่านั้น

“การบังคับครอบครอง” ลุล่วงไปแล้ว เช่นนั้น “คืนแรก” ก็เพียงต้องให้นายท่านหลิวอยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดทั้งคืน รอจนถึงรุ่งเช้า เวลาครบก็ถือว่าภารกิจสำเร็จสมบูรณ์

สายตาของเซียวเหยี่ยนร่วงลงสู่ร่างของหลิวชิงฉือที่พิงอยู่ข้างเตียงอีกครั้ง

เขาเริ่มคิดหาวิธีรั้งตัวคนเอาไว้

เขาช่วงชิงหยกห่วงของผู้อื่นมาอย่างบังคับ และดูไปแล้ว นั่นยังเป็นสิ่งของชิ้นเดียวที่ติดตัวหลิวชิงฉืออีกด้วย

ก็ถูกเขาแย่งมาเช่นนี้

เซียวเหยี่ยนผู้เป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย เขาเคยทำเรื่องชั่วร้ายอย่างการปล้นชิงที่ไหนกัน?

บัดนี้เขารู้สึกละอายและผิดบาปจนเกินทานทน

โดยเฉพาะเมื่อเห็นแววหวาดหวั่นพรั่นพรึงแต่ก็ฝืนอดกลั้นยอมจำนนของหลิวชิงฉือ เขายิ่งรู้สึกว่าตนไร้ความเป็นคน

เซียวเหยี่ยนก้าวลงจากเตียง ตะโกนออกไปข้างนอกว่า “ผู้ใดอยู่ข้างนอก เข้ามา”

องครักษ์ที่รออยู่หน้าประตูก้มกายเดินเข้ามา “ท่านอ๋องมีรับสั่งอันใด?”

เซียวเหยี่ยน “ของที่ข้าสั่งให้พวกเจ้าเตรียมไว้ เอาขึ้นมาให้หมด!”

“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ถอยออกไป

เซียวเหยี่ยนหันร่างกลับมา ก็เห็นสีหน้าของหลิวชิงฉือซีดขาวดั่งกระดาษ

ประหนึ่งถูกทำให้ตกใจกลัว

ยามนี้เขาประดุจนกที่หวาดสะท้านต่อเสียงธนู เพียงลมพัดหญ้าไหวนิดหนึ่งก็ทำให้เขอกระเจิดกระเจิง

เซียวเหยี่ยนไม่รู้ว่าภายในใจเขาคิดอันใด เพียงเปิดม่านออกแล้วก้าวไปยังเรือนนอก นั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง

สิ่งที่หลิวชิงฉือหวาดกลัวคือตัวเขา หากเขาออกห่างไปบ้างก็ไม่ผิด

ไม่นานนัก ก็มีขันทีในวังก้มหน้างุด ยกกล่องอาหารเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

ขันทีหลายนายลงมือว่องไวจัดวางจานชามบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วออกไป

กลิ่นหอมของอาหารลอยกรุ่น บางเบาทว่าหอมละมุน คล้ายพยายามขับไล่บรรยากาศอึมครึมภายในตำหนัก

เซียวเหยี่ยนกวาดสายตามองโต๊ะ แวบหนึ่งก็เหลือบมองร่างที่แทบจะกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับเงามืดในเรือนใน

“นายท่านหลิว มานี่”

สิ้นเสียง ด้านในก็ดังเสียงฝีเท้าเบาแผ่ว

ไม่นาน หลิวชิงฉือก็มายืนสงบนิ่งข้างกายเซียวเหยี่ยน

เขามองไปยังโต๊ะ ที่นั่นจัดวางอาหารอ่อนจืดหลายอย่างกับโจ๊กข้าวตุ๋นข้นถ้วยหนึ่ง

แววตาของหลิวชิงฉือขยับไหว สีหน้าซีดขาวราวกับทุเลาลงบ้าง

ที่แท้ เมื่อครู่ที่เขาเรียกให้คนยกของเข้ามา… ก็เป็นเพียงอาหารเหล่านี้ดอกหรือ?

อ๋องอวี้ในข่าวลือนั้น มีวิธีทรมานคนไม่น้อยเลย

แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าอาหารเหล่านี้เตรียมไว้เพื่อตน แต่ขอเพียงสิ่งที่นำเข้ามามิใช่เครื่องมือสำหรับหยามเกียรติ เขาก็ผ่อนลมหายใจได้บ้าง

หลิวชิงฉือยืนนิ่งแข็งอยู่ด้านข้าง ก้มศีรษะต่ำ

เซียวเหยี่ยนกำลังถกเถียงในสมองกับเสี่ยวเค

เสี่ยวเคถาม “ท่านเจ้าบ้าน ท่านคงจะไม่กินข้าวร่วมกับหลิวชิงฉือใช่หรือไม่? มันผิดปกติเกินไปนะ! เจ้าของร่างเดิมไม่มีจิตใจดีเช่นนี้! ต้องเป็นโอโอซีแน่!”

เซียวเหยี่ยน “ข้ารู้”

เสี่ยวเค “โครงเรื่องเน้นการหยามเกียรติตัวเอกฝ่ายรับ ท่านเจ้าบ้าน ท่านทราบใช่หรือไม่?”

เซียวเหยี่ยน “ข้ารู้”

เสี่ยวเคเงียบไป

เซียวเหยี่ยนเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน แขนข้างหนึ่งวางพาดลงบนเท้าแขนอย่างตามสบาย

มืออีกข้างถือตะเกียบเงิน ชี้ไปยังกับข้าวบนโต๊ะ ท่าทางขี้เล่นไม่จริงจังมองไปยังหลิวชิงฉือ เอ่ยกำชับว่า

“มานี่ ชิมดูว่ามียาพิษหรือไม่”

ในราชสำนักที่แบ่งชั้นวรรณะเข้มงวด สิ่งใดที่จะเข้าปากล้วนต้องระมัดระวัง

ตะเกียบเงินตรวจยาพิษ ขันทีชิมอาหาร เป็นกฎการเอาชีวิตรอดที่เชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์พึงปฏิบัติตาม

ยามนี้ที่ให้หลิวชิงฉือชิมยาพิษ ตกในสายตาผู้อื่น ก็เพียงอ๋องอวี้ทรงใช้กฎข้อนี้แก่ของเล่นชิ้นใหม่ที่ได้มา เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเหยียบย่ำเกียรติ

ด้วยเหตุนี้หลิวชิงฉือจึงไม่รู้สึกประหลาดใจ

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

เขาทำตามรับสั่งก้าวขึ้นหน้า หยิบตะเกียบเงินที่เตรียมไว้ให้เขา คีบผักตามฤดูผัดจืดหนึ่งคำส่งเข้าปาก เคี้ยวอย่างเป็นกลไก

จากนั้นก็ตักโจ๊กข้าวหนึ่งช้อน กลืนลงคออย่างระมัดระวัง

เขาไม่มีกะจิตกะใจจะลิ้มรสชาติอาหาร

ตลอดกระบวนการ เขาก้มศีรษะต่ำ ยอมทำตามหน้าที่

เขาวางตะเกียบเงินลง ลดแขนทั้งสองกลับสู่ท่าเดิม น้ำเสียงแผ่วเบา

“ฝ่าบาท กับข้าว… ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”

เซียวเหยี่ยนขมวดคิ้ว แค่นเสียงฮึในลำคออย่างไม่บอกความนัย

“ให้เจ้าชิมยาพิษ เจ้าก็ทำส่ง ๆ เช่นนี้หรือ?”

สีหน้าหลิวชิงฉือแข็งค้าง ดวงตาคู่งามใสนั้นเผยแววงุนงง

เซียวเหยี่ยน “ชิมทุกอย่างแล้วหรือ?”

หลิวชิงฉือชะงัก

กับข้าวบนโต๊ะล้วนเป็นจานเล็ก ๆ วางเต็มโต๊ะ น้อยนักก็คงมีสักสิบกว่าอย่าง

หากต้องชิมทุกอย่าง… ก็จะกลายเป็นเขาลงมือกินเองตามใจชอบเช่นนั้นหรือ

ดังนั้นแท้จริงแล้วเขาเพียงเลือกชิมไม่กี่อย่าง

เซียวเหยี่ยนเร่งเร้าอย่างหมดความอดทนอีกครั้ง

“ยังไม่รีบทำต่ออีก? อยากวางยาพิษข้าหรือไร?”

หลิวชิงฉือ “…”

เขาหลุบตารับ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

เขาจึงต้องหยิบตะเกียบขึ้นอีกครั้ง ชิมไปทีละอย่าง ทีละอย่าง

ท้องที่ว่างเปล่ามาเนิ่นนาน ปกติถูกน้ำยากระตุ้นจนปวดเสียดแปลบ ๆ อยู่ราง ๆ แต่เมื่ออาหารอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลลงสู่ท้อง ความอบอุ่นอิ่มเอมแผ่ซ่านกระจายออกมาอย่างเชื่องช้า ความปวดบิดเสียดแทงนั้นก็บรรเทาลงอย่างประหลาด

ข้าวต้มนุ่มละมุน ละลายในปาก กับข้าวอ่อนจืดแต่ประณีต พอเหมาะพอดี

ใบหน้าอิดโรยของหลิวชิงฉือ กระทั่งเพราะความอบอุ่นและความอิ่มนี้ กลับเผยให้เห็นสีเลือดจาง ๆ แวบหนึ่ง

เมื่อหลิวชิงฉือชิมครบ เซียวเหยี่ยนจึงหยิบตะเกียบขึ้นอย่างเฉื่อยชา เริ่มลงมือกิน

เซียวเหยี่ยน “เสี่ยวเค ข้านับว่าโอโอซีหรือไม่?”

เสี่ยวเค “จากการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม จัดเป็นการหยามเกียรติที่สมเหตุสมผล ไม่นับว่าเป็นโอโอซี!”

เซียวเหยี่ยน “ดี”

เขานั้นหมดความอยากอาหาร เพียงทำท่ากินไปสองสามคำก็วางลง

เขาวางตะเกียบ บ่าวไพร่เข้ามาเก็บจานชามออกไป

หลิวชิงฉือเห็นดังนั้น ในดวงตาสีอ่อนแวบผ่านความตะลึงงัน

ที่เซียวเหยี่ยนกินไปสองสามคำนั้น ยังไม่เท่าครึ่งหนึ่งของที่เขาชิมยาพิษเข้าไปด้วยซ้ำ

ในเมื่อเขาไม่หิว ไม่อยากเสวย พระกระยาหาร ไฉนจึงทรงเรียกอาหารตั้งหลายสิบอย่างยามดึกดื่นป่านนี้?

ความอบอุ่นในท้องยังคงแผ่ซ่านอยู่เนืองนิตย์ ทำให้เขาเกิดภาพลวงตาที่ไม่เป็นจริงขึ้นมาชั่วขณะ

เซียวเหยี่ยนสาวเท้ามุ่งตรงไปยังเตียงอันหรูหราในเรือนในแล้ว

เขาเอาแขนหนุนศีรษะตามสบาย ขาข้างหนึ่งพับตั้ง ขาอีกข้างเหยียดยืดอย่างเกียจคร้าน กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของเตียง มาดมั่นและไร้พันธนาการ

ภายในตำหนัก แสงเทียนสลัวราง ทาบไปบนใบหน้าด้านข้างที่คมเข้มของเขา

เขาตบบริเวณเตียงข้างกายตน น้ำเสียงทุ้มแหบพร่ามีเสน่ห์ดั่งคำสั่ง

“ยังยืนทื่อเป็นเทพเฝ้าประตูอยู่อีก? มานอนลง”

ขนตาของหลิวชิงฉือสั่นระริก เขาเดินเข้าไป นอนลงตรงขอบเตียงที่ห่างจากเซียวเหยี่ยนมากที่สุด

ภายในตำหนัก ไฟสว่างดับลงตั้งแต่เมื่อใดมิอาจทราบ

ในความมืด เขาพยายามผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด ลดทอนการมีตัวตนของตน

อากาศเงียบงันเนิ่นนาน นานเสียจนหลิวชิงฉือคิดว่าเซียวเหยี่ยนหลับไปแล้ว

หรือบางทีเขาอาจตึงเครียดเกินไป เวลาอันทุกข์ทรมาญชั่วประเดี๋ยวเดียวถูกยืดให้ยาวนาน

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินคนข้างกายเอื้อนเอ่ย

“เจ้า…”

เซียวเหยี่ยนหยุดชะงักครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่เปิดให้โต้แย้ง

“พลิกตัวไป นอนคว่ำลง”

ลมหายใจของหลิวชิงฉือสะดุด ปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ

สิ่งที่ควรจะมา… ในที่สุดก็มาถึงแล้ว

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป