“เอ่อ... เรื่องนี้ บางทีอาจเป็นเพราะเคล็ดวิชาที่ข้าฝึกฝนค่อนข้างพิเศษ จึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้นกระมัง”
หลี่เทียนหยวนลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยความจริงออกมา
นับว่าเขาไม่ได้โกหก เพราะเป็นผลจากการฝึกคัมภีร์เซียนหุนหยวน ส่วนเรื่องถ้ำสวรรค์หุนหยวน เขาไม่ได้เอ่ยถึง
อีกอย่าง สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือความสามารถในการปิดบังของกายาแห่งการรังสรรค์ของวิถีสวรรค์จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้แม้แต่ไท่เสวียนเจินเหรินซึ่งเป็นราชันสวรรค์ก็ยังมองไม่ออกว่าแท้จริงแล้วเขามีพลังอยู่ในขั้นใด
เพราะเคล็ดวิชาอย่างนั้นหรือ?
เคล็ดวิชาใดจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้? แม้ไท่เสวียนเจินเหรินจะผ่านโลกมามาก ก็ยังอดไม่เชื่อไม่ได้
“การเป็นคนต้องถ่อมตน เรื่องนี้ข้ารู้ดี แต่ถ่อมตนเกินไปก็กลายเป็นเสแสร้งแล้ว”
ไท่เสวียนเจินเหรินกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหมาย พลางตบไหล่หลี่เทียนหยวนเบา ๆ ท่าทางราวกับยอดผู้อาวุโสผู้สูงส่ง
“หึ ๆ ประมุขกล่าวได้ถูกต้องยิ่ง”
หลี่เทียนหยวนยิ้มเจื่อน
“ในเมื่อเข้าใจแล้ว ก็อย่าหลอกข้าอีก ตอนนี้เจ้ามีพลังอยู่ขั้นใดกันแน่? ขั้นเทียนเหริน? หรือขั้นแท่นเซียน? หรือว่าถึงขั้นปราชญ์แท้แล้ว?”
ไท่เสวียนเจินเหรินจ้องหลี่เทียนหยวนแล้วถามต่อ
เพราะปรากฏการณ์ที่หลี่เทียนหยวนก่อขึ้นก่อนหน้านี้น่าสะพรึงกลัวเกินไปจริง ๆ
เขาจึงอดคิดไปในทางที่เกินจริงยิ่งกว่าเดิมไม่ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ เขารู้เรื่องที่หลี่เทียนหยวนสังหารเจียงเหิง
แม้เจียงเหิงจะเป็นเพียงผู้บำเพ็ญขั้นเทียนเหรินระยะต้น แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในขั้นเทียนเหริน การที่หลี่เทียนหยวนสังหารเขาได้ ย่อมหมายความว่าอย่างน้อยหลี่เทียนหยวนก็ต้องมีพลังขั้นเทียนเหรินขึ้นไป มิฉะนั้นคงทำเช่นนี้ไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่เชื่อว่าหลี่เทียนหยวนมีพลังเพียงขั้นนิพพานคืนชีพ
“แค่ก ๆ ประมุข ที่จริง... ข้าอยู่แค่ขั้นนิพพานคืนชีพเท่านั้น... ไม่มีเหตุผลให้ต้องโกหกท่านจริง ๆ หากไม่เชื่อ ท่านก็ลองตรวจดูเองได้”
