เงาร่างของประมุขราชสำนักเซียนไท่หยวนปรากฏขึ้น ปลายนิ้วมีแสงสีขาวบริสุทธิ์เจิดจ้ายิ่งกว่าสิ่งใดแต้มอยู่หนึ่งจุด ราวดวงดาวแรกกำเนิด ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมา
หมากขาวเม็ดนี้แผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามไร้สิ้นสุด ก่อนตกลงบนกระดานหมากอย่างมั่นคง ก่อเกิดเสียงทุ้มหนักสะเทือนวิญญาณ ประหนึ่งระฆังยามรุ่งอรุณแห่งชะตากรรมดังขึ้น
หลี่เทียนกังมองหมากขาวที่ร่วงหล่น พลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
เขารู้ดีว่าการทดสอบครั้งที่สองนี้ต้องยากเย็นยิ่งกว่าเดิมเป็นแน่
เป็นดังคาด เมื่อหมากขาวตกถึงกระดาน มิติของกระดานหมากก็พลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
มิติที่เดิมทีผสานความโกลาหลเข้ากับแสงดาว บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยประกายศักดิ์สิทธิ์ ภายในแสงนั้นมีลวดลายเต๋านับไม่ถ้วนเคลื่อนผ่าน แผ่กลิ่นอายลึกลับและทรงพลัง
ท่ามกลางประกายเจิดจ้านี้ เงาร่างเลือนรางสายหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
กลิ่นอายของมันปราศจากมลทินแม้แต่น้อย บริสุทธิ์ประหนึ่งทารกแรกเกิด ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยปัญญาและความลึกล้ำไร้สิ้นสุด ราวกับหยั่งรู้ความลับทั้งปวงระหว่างฟ้าดิน นี่คือเงาจิตแห่งมรรคาของหลี่เทียนกัง
การทดสอบเริ่มต้นขึ้น เงาจิตแห่งมรรคายกมือสะบัด แสงสายหนึ่งซึ่งแฝงกฎเกณฑ์แห่งเต๋าไร้สิ้นสุดพุ่งเข้าใส่หลี่เทียนกัง
หลี่เทียนกังไม่กล้าประมาท รีบโคจรเคล็ดวิชาเร้นลับในกาย แสงสีเขียวอ่อนแผ่คลุมรอบร่าง ก่อตัวเป็นม่านป้องกันแข็งแกร่ง
แสงกระแทกม่านป้องกัน เกิดเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะมหาศาลทำให้ร่างหลี่เทียนกังสั่นสะท้านเล็กน้อย
ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
การโจมตีของเงาจิตแห่งมรรคาโหมกระหน่ำเข้ามาไม่ขาดสายประหนึ่งพายุคลั่ง ทุกกระบวนล้วนแฝงความเข้าใจและการใช้วิถีเต๋าอย่างลึกซึ้ง จนหลี่เทียนกังรับมือแทบไม่ทัน
เขาใช้เทพอิทธิฤทธิ์และเคล็ดวิชาลับนานาชนิดอย่างต่อเนื่อง หวังต้านทานการโจมตีของเงาจิตแห่งมรรคา ทว่ากลับยิ่งรู้สึกว่ารับมือได้ยากขึ้นทุกที
ระหว่างการปะทะอันดุเดือด หลี่เทียนกังค่อย ๆ พบว่าการโจมตีของเงาจิตแห่งมรรคามิใช่เพียงการข่มด้วยพลัง หากยังเป็นการทดสอบจิตใจของเขาด้วย
