ขณะที่หลี่เทียนหยวนกำลังปล้นชิงคลังสมบัติของจักรพรรดิมาร ลึกเข้าไปในวังมารหยวนช่ากลับพลันมีเสียงหัวเราะกึกก้องดังขึ้น
“ฮ่า ๆ ผ่านมากี่ปีแล้ว ในที่สุดข้าก็กลับมา!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ร่างของตี้ซื่อเทียนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ดวงตาทั้งสองแดงฉานดุจโลหิต จิตสังหารแผ่ซ่านเย็นเยียบ
ทั่วร่างของเขาปลดปล่อยปราณมารมหาศาล ราวกับจักรพรรดิมารผู้ไร้เทียมทานเสด็จลงมายังโลก
หลังหลอมรวมกับจิตมารหยวนช่า ความทรงจำจากชาติปางก่อนของเขาก็ฟื้นคืนมาทั้งหมด
พลังของเขายังก้าวข้ามจากขั้นเทียนเหรินขึ้นไปสองขั้น จนบรรลุขั้นปราชญ์แท้
น่าเสียดายที่ยังกลืนกินแก่นโลหิตของราชันสวรรค์เหล่านั้นไม่หมด มิฉะนั้นพลังของเขาคงก้าวหน้าไปได้อีกขั้น
“ชาตินี้พอดีกับยุคแห่งวิถีเซียนที่กำลังมาเยือน ข้าจะฉวยโอกาสนี้ผงาดขึ้น ใช้โชควาสนาแห่งวิถีเซียนช่วยให้ข้าทะลวงพันธนาการ บรรลุเป็นมหาปราชญ์สูงสุดผู้เป็นอมตะ ถึงตอนนั้นแม้แต่วิถีสวรรค์ก็ทำอันใดข้าไม่ได้!”
ตี้ซื่อเทียนทอดสายตามองฟากฟ้าอย่างหยิ่งผยอง ดวงตาเย็นชาเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่
ชาติที่แล้ว แม้เขาจะเป็นถึงจักรพรรดิมาร แต่เมื่อมหันตภัยแห่งยุคสมัยมาเยือน วิถีสวรรค์พังทลาย เขาก็ยังหนีชะตากรรมไม่พ้น
คราวนี้เขาจะอาศัยโชควาสนาจากฟ้าดิน หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งชะตา พิสูจน์มรรคาสู่มหาปราชญ์สูงสุด ก้าวข้ามวัฏสงสาร!
และเวลานี้คือโอกาสดีที่สุด
ยุคแห่งวิถีเซียนคือยุคทองของผู้บำเพ็ญ ทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่อัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นมากมาย ยอดฝีมือดุจหมู่เมฆ และเหล่าวีรชนช่วงชิงความเป็นใหญ่
