“รีบถอย!”
“เปิดค่ายกลพิทักษ์สำนัก!”
เสียงร้องตกใจ เสียงกรีดร้อง และเสียงหึ่งของค่ายกลที่เริ่มทำงานดังระงมขึ้นจากเบื้องล่างเวที
ยอดฝีมือจากสำนักต่าง ๆ ต่างลงมือคุ้มกันศิษย์ในสำนักของตน แต่ก็ยังมีผู้คนไม่น้อยถูกแรงกระเพื่อมซัดกระเด็น ภาพตรงหน้าจึงอลหม่านไปหมด
ทุกสายตาจับจ้องไปยังศูนย์กลางของพายุพลังงานอย่างไม่วางตา!
เห็นเพียงเงาโลกขนาดสามจั้งที่ห่อหุ้มร่างเจียงเยว่หลีสั่นไหวอย่างรุนแรง แสงสว่างหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งตรงขอบยังปรากฏรอยร้าวบาง ๆ ทว่านางยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคง!
มีโลหิตสีแดงสดสายหนึ่งไหลลงจากมุมปากช้า ๆ เห็นได้ชัดว่าอวัยวะภายในได้รับแรงกระแทก
แต่!
เงาโลกนั้นกลับยังไม่แตกสลาย!
มันประหนึ่งโขดหินกลางคลื่นคลั่ง แม้จะโงนเงนราวกับใกล้พังทลาย แต่ก็ยังฝืนต้านพลังทำลายล้างของฝ่ามือเทพสยบฟ้าเอาไว้ได้!
อักขระกฎเกณฑ์ที่มากพอจะบดขยี้ขั้นปราชญ์แท้ เมื่อกระแทกเข้ากับปราณแห่งความโกลาหล กลับประหนึ่งวัวโคลนจมหายสู่มหาสมุทร ถูกพลังแห่งโลกแรกกำเนิดค่อย ๆ สลาย ดูดซับ และแปรเปลี่ยนไป!
ภายใต้การคุ้มครองของโลกแห่งความโกลาหล ร่างของเจียงเยว่หลียังคงตั้งตรง!
นางใช้พลังบำเพ็ญขั้นปราชญ์แท้ ฝืนรับการโจมตีด้วยโทสะของราชันสวรรค์เอาไว้ได้!
แม้จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ก็ยังไม่พ่ายแพ้!
“ต้านไว้ได้หรือ?! นางต้านไว้ได้จริง ๆ!”
“สวรรค์! นั่นมันพลังอะไรกัน? เงาของโลกทั้งใบอย่างนั้นหรือ?”
“พลังแห่งโลก! นางถึงกับควบคุมพลังต้นกำเนิดแห่งโลกได้ส่วนหนึ่ง! เป็นไปได้อย่างไร!”
“ขั้นปราชญ์แท้…รับการโจมตีของราชันสวรรค์ตรง ๆ! ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทั้งอดีตและปัจจุบันยากจะมีใครเทียบ!”
ทั่วทั้งลานพลันฮือฮา สายตานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงจนแทบไม่อยากเชื่อ!
อัจฉริยะที่ท้าทายผู้มีขั้นสูงกว่ามิใช่ไม่มี แต่ผู้ที่ใช้พลังขั้นปราชญ์แท้รับการโจมตีของราชันสวรรค์โดยไม่ตาย แถมยังบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยนั้น ล้ำพ้นขอบเขตความเข้าใจของพวกเขาไปแล้ว!
สิ่งที่เจียงเยว่หลีนำมาให้ทุกคนประจักษ์ในวันนี้ช่างน่าตื่นตะลึงขึ้นทุกขณะ!
