เมื่อได้ยินอาจารย์เอ่ยชมเช่นนี้ มู่หรงหมิงเยว่ก็ยิ้มเขินอาย ก่อนกล่าวว่า “ขอบคุณอาจารย์ที่ชมเจ้าค่ะ ที่สำคัญเป็นเพราะสมบัติล้ำค่าที่อาจารย์มอบให้ ศิษย์จึงสามารถเอาชนะเหล่าศิษย์พี่ได้”
“อืม ที่สำคัญคืออาจารย์สั่งสอนได้ดี พวกเราถึงทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้” เจียงเยว่หลีกล่าวด้วยรอยยิ้มหวาน
เย่เฉินรีบเอ่ยคล้อยตามว่า “ใช่แล้วขอรับอาจารย์ ท่านเก่งกาจที่สุด หากไม่ได้รับการสั่งสอนจากท่าน พวกเราคงมาไม่ถึงระดับนี้”
คำกล่าวนี้มาจากใจเขา หากไม่ได้พบอาจารย์ ตอนนี้เขาคงยังอยู่บนยอดเขาศิษย์รับใช้ ไหนเลยจะมีโอกาสเข้าร่วมการทดสอบหลิงเซียว และประลองฝีมือบนเวทีเดียวกับเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์
“ฮ่า ๆ พวกเจ้าไม่ต้องถ่อมตัวเกินไป อาจารย์เพียงนำพาเข้าสู่ประตูแห่งการบำเพ็ญ ส่วนหนทางหลังจากนั้นต้องพึ่งพาตนเอง พวกเจ้าทำผลงานได้เช่นนี้ล้วนมาจากความพยายามของพวกเจ้าเอง”
เมื่อได้ยินคำเยินยอจากทั้งสอง หลี่เทียนหยวนก็หัวเราะเสียงดังทันที
ทั้งสามได้ยินคำชมจากหลี่เทียนหยวน ต่างเผยรอยยิ้มสดใสออกมา
จากนั้นมู่หรงหมิงเยว่กับเย่เฉินก็หยิบแหวนออกมาคนละวง ก่อนกล่าวว่า “อาจารย์ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากศิษย์ ขอท่านโปรดรับไว้ด้วย”
“ดี ดี ดี พวกเจ้าล้วนเป็นศิษย์ที่ดีของอาจารย์ อาจารย์รับไว้ก็แล้วกัน”
หลี่เทียนหยวนได้ยินดังนั้นก็ไม่ปฏิเสธ รับสมบัติที่ทั้งสองมอบให้ทีละชิ้น
ที่จริงแล้ว สิ่งของเหล่านี้แทบไม่มีประโยชน์สำหรับเขา อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้ต้องการสมบัติมาบำเพ็ญ
กลับกัน หากสมบัติเหล่านี้อยู่กับศิษย์คนใด เขาย่อมได้รับผลประโยชน์สูงสุด
