ทว่าอาจเป็นเพราะปราณกระบี่ของสถานที่แห่งนี้พิเศษเกินไป หรืออาจมีสาเหตุอื่น
หลังเจียงเยว่หลีเข้าสุสานกระบี่ได้ไม่นาน คนอีกกลุ่มหนึ่งก็มาถึงที่นี่เช่นกัน
คนกลุ่มนั้นคือเจียงหลาน ตี้ซื่อเทียน และพวกพ้อง ซึ่งอาศัยเข็มทิศนำทางมาตามหาศาสตรากระบี่หรือมรดกสืบทอดที่สอดคล้องกับคัมภีร์สุญญตา
ทันทีที่เจียงหลานก้าวเข้าสุสานหมื่นกระบี่ นางก็ถูกปราณกระบี่ที่พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าและกระบี่หักนับไม่ถ้วนทำให้ตื่นตะลึง
เข็มบนเข็มทิศในมือนางหมุนวนไม่หยุด เห็นได้ชัดว่ามันสัมผัสได้ถึงคลื่นศาสตรากระบี่อันแข็งแกร่งหลายแห่ง
“พี่ตี้ซื่อเทียน ที่นี่มีกระบี่โบราณเยอะแยะเลย! แม้จะผุพัง แต่ในนั้นต้องมีของชั้นสูงอยู่แน่ หากหาเล่มที่แฝงพลังแห่งสุญญตาได้สักเล่ม...” ดวงตาคู่งามของเจียงหลานเป็นประกาย นางกวาดตามองรอบด้านอย่างตื่นเต้น
ตี้ซื่อเทียนมองกวาดทั่วสุสานหมื่นกระบี่ ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “เจตจำนงกระบี่แห่งที่นี้พุ่งทะลวงฟ้า ย่อมมีสิ่งไม่ธรรมดาหลงเหลืออยู่ จงสัมผัสอย่างละเอียด บางทีอาจได้สิ่งใดกลับไป”
คนตระกูลเจียงพลันแยกย้ายกันไป ต่างสัมผัสและค้นหาอย่างระมัดระวัง บางครั้งก็ลองดึงกระบี่โบราณที่ดูเหมือนแสงวิญญาณยังไม่มอดดับออกมา ทว่าส่วนใหญ่กลับกระตุ้นเจตจำนงกระบี่ที่หลงเหลือให้ตอบโต้ จนปราณกระบี่ปั่นป่วนเป็นวงแคบ ๆ พวกเขาจึงตกอยู่ในสภาพทุลักทุเล
เจียงหลานอาศัยสัญญาณอันริบหรี่จากเข็มทิศและสัมผัสของตน ค่อย ๆ มุ่งลึกเข้าไปในสุสานกระบี่ ทันใดนั้นสายตาของนางก็ชะงัก จับจ้องไปยังที่ไม่ไกลเบื้องหน้า
เห็นเพียงเงาร่างสีเทาอันคุ้นเคยยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากระบี่หักเล่มมหึมา คล้ายกำลังหยั่งรู้บางสิ่ง
