“ซี้ด~”
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตำหนักฟ้าดินเสวียนหวง เจียงเยว่หลีกับเย่เฉินต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
“สวรรค์! ศิษย์พี่ สมบัติวิเศษที่อาจารย์นำออกมานี่อยู่ในระดับใดกันแน่?!”
เย่เฉินถามด้วยสีหน้าตื่นตะลึง เขาไม่เคยพบเห็นสมบัติวิเศษที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน เพียงสัมผัสกลิ่นอายก็ทำให้ผู้คนสั่นสะท้านแล้ว
“ข้าก็ไม่รู้ระดับของมันเหมือนกัน แต่ดูจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมา เกรงว่าคงไม่ด้อยไปกว่าศาสตราจักรพรรดิสูงสุด”
เจียงเยว่หลีเองก็ถูกทำให้ตกใจไม่น้อย สีหน้าฉายแววตะลึงงัน
ของที่อาจารย์สร้างขึ้น ย่อมเป็นของชั้นยอดทั้งสิ้น
แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะคาดเดาได้ว่าสมบัติที่อาจารย์นำออกมาต้องไม่ธรรมดาแน่ แต่เมื่อได้สัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของตำหนักฟ้าดินเสวียนหวงด้วยตนเอง ภายในใจก็ยังปั่นป่วนราวคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ หลี่เทียนหยวนก็แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
ประสบการณ์ยังน้อยเกินไปจริง ๆ
ก็แค่สมบัติวิเศษเสวียนเทียนชิ้นหนึ่ง จำเป็นต้องตกตะลึงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ดูท่าภายหน้าคงต้องหาสมบัติล้ำค่าสูงสุดมาให้พวกเขาเห็นอีกสักหน่อย จะได้เปิดหูเปิดตา
ไม่เช่นนั้นพอเห็นสมบัติชิ้นไหนก็ทำท่าตื่นตระหนกเช่นนี้ ช่างน่าอับอายอยู่บ้าง
ในฐานะศิษย์แห่งยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น จะปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ได้
หลี่เทียนหยวนคิดในใจ ก่อนจะเริ่มควบคุมตำหนักฟ้าดินเสวียนหวงในมือให้ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
ตำหนักฟ้าดินเสวียนหวงขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลม เพียงพริบตาก็สูงหลายพันจั้ง ก่อนร่อนลงบนพื้นลานกว้าง
