ขณะนี้ การต่อสู้บนสนามยิ่งทวีความดุเดือด กระบวนท่าสังหารนานาชนิดปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่สะเทือนไปทั่วแปดทิศ
คู่ต่อสู้ของราชันเจียวทองคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถนามว่าเริ่นหงเฟย แม้ชายผู้นี้จะมีผมขาวโพลนและรูปร่างซูบผอมเหี่ยวแห้ง ทั่วร่างกลับแผ่พลังโลหิตอันพลุ่งพล่าน
สองฝ่ามือของเริ่นหงเฟยพลิกวูบ ทุกครั้งที่ฟาดออกไปประหนึ่งจะบดขยี้ฟากฟ้า แฝงพลังทำลายล้างสรรพสิ่ง สะกดข่มทั่วสารทิศ
“ครืน!”
ทั้งสองเข้าห้ำหั่นกัน ทุกกระบวนท่าล้วนเปี่ยมด้วยพลังไร้ขอบเขต ดุจอุกกาบาตตกกระแทกพื้นดินจนแตกร้าว
ทว่าร่างกายของราชันเจียวทองแข็งแกร่งจนไร้ผู้ต้าน เกล็ดปกคลุมทั่วร่าง เขาปะทะกับเริ่นหงเฟยตรง ๆ โดยไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น สายฟ้ายังส่องประกายทั่วร่างของเขา เมื่อสายฟ้าแลบเลื้อยพันเกี่ยว พลังอำนาจก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ
“เริ่นหงเฟย เจ้าไม่ใช่คู่มือของข้าเลย ไม่มีทางขวางพวกเราได้ หากยังอยากรักษาชีวิตไว้ ข้าแนะนำให้รีบถอยไปเสีย อย่าให้การบำเพ็ญทั้งชีวิตสูญเปล่า แล้วต้องเอาชีวิตมาทิ้ง”
ราชันเจียวทองหัวเราะลั่น ร่างของเขาพลิ้วไหว สายฟ้าพลุ่งพล่านแปรเป็นมังกรอัสนีคำรามสะท้านฟ้า มันกางเขี้ยวกางเล็บพุ่งเข้าใส่เริ่นหงเฟย
“ฮึ ราชันเจียวทอง เจ้ากล้ามาก่อเรื่องถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถานไถของข้าเชียวหรือ? รนหาที่ตายชัด ๆ!”
เริ่นหงเฟยแค่นเสียงเย็นชา ลมหายใจทั่วร่างพุ่งทะยาน กระบี่ยาวสีเขียวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ เปล่งประกายเจิดจ้า ดุจสายน้ำจากทางช้างเผือกทะลักลงมาอย่างเกรียงไกร ฟันมังกรอัสนีของราชันเจียวทองขาดสะบั้นในคราเดียว
