ทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็พลันปะทุออกจากร่างหลี่เทียนหยวน พร้อมกับพลังแห่งกระบี่อันน่าตื่นตะลึงที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของหลี่เทียนหยวน ไท่เสวียนเจินเหรินกับหวังฉางเซิงก็หยุดสนทนาทันที ก่อนหันความสนใจไปยังหลี่เทียนหยวน
หืม?
เกิดอะไรขึ้น?
เหตุใดปราณของเจ้าหนูนี่ถึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งในพริบตา?
หรือว่าเขาจะหยั่งรู้มรรคาได้อย่างฉับพลันเหมือนคราวก่อนอีกแล้ว?
ไท่เสวียนเจินเหรินสัมผัสถึงเจตจำนงกระบี่ที่แผ่ออกมาจากหลี่เทียนหยวน พลันนึกถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนในตำหนักหลิงเซียว
ครั้งนั้นก็เหมือนตอนนี้ หลี่เทียนหยวนหยั่งรู้มรรคาอย่างฉับพลัน บรรลุเป็นเทพกระบี่ในคราเดียว
นับจากตอนนั้น เขาจึงเริ่มมองหลี่เทียนหยวนด้วยสายตาใหม่ และค่อย ๆ ให้ความสำคัญกับอีกฝ่าย
แต่คราวนี้ ไท่เสวียนเจินเหรินสัมผัสได้ว่าพลังแห่งกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างหลี่เทียนหยวนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งก่อนมาก
ตูม!
ในขณะนั้นเอง ไท่เสวียนเจินเหรินสัมผัสได้ว่าปราณของหลี่เทียนหยวนขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ก่อนจะระเบิดออกอย่างฉับพลัน พุ่งทะยานตรงสู่ฟ้าเก้าชั้น ก่อกวนเมฆลมทั่วท้องนภา
ต่อมา กฎแห่งวิถีกระบี่ที่ประหนึ่งสามารถทำลายล้างทุกสิ่งก็ทะลักออกมาจากร่างหลี่เทียนหยวน แผ่กวาดไปทั่วลานกว้าง ราวกับจะฟันผ่าท้องนภา บดขยี้ตะวันจันทรา และลบล้างทุกสรรพสิ่งในโลก
“ซี้ด...”
เมื่อสัมผัสได้ถึงกฎแห่งวิถีกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว ไท่เสวียนเจินเหรินก็สูดลมหายใจลึก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงขณะมองหลี่เทียนหยวน
“พลังแห่งกระบี่นี้...บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว ถึงกับใกล้แตะระดับสูงสุดด้วยซ้ำ!”
“หรือว่าช่วงที่ผ่านมา เขาจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนกระบี่แล้ว?”
“ซี้ด...ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! เพิ่งผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เจ้าหมอนี่กลับทะลวงสู่ขอบเขตเซียนกระบี่ได้แล้ว”
