จากนั้นหลี่เทียนหยวนค่อย ๆ หลับตาลง ลมหายใจรอบกายพลันสงบเก็บงำ ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ทันใดนั้น เขาลืมตาขึ้นฉับพลัน แววตาพลันเปล่งประกายเจิดจ้าสองสาย อักขระเร้นลับพร่างพรายอยู่ในแสงนั้น ทั้งลึกล้ำและพิสดาร นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าเนตรเทพแห่งความโกลาหลเปิดใช้งานแล้ว
เมื่อเนตรเทพแห่งความโกลาหลเปิดออก โลกทั้งใบในสายตาของหลี่เทียนหยวนก็พลิกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ค่ายกลผนึกเพลิงสิบทิศที่เดิมทีดูเกรี้ยวกราดทรงพลังและไร้ช่องโหว่ บัดนี้กลับดูราวกับของเล่นโปร่งใสในสายตาเขา ความลึกลับและจุดอ่อนทั้งหมดเผยให้เห็นอย่างหมดจด ทุกรายละเอียดถูกขยายใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด
เขามองเห็นเส้นทางการไหลเวียนของพลังวิญญาณในค่ายกล มองเห็นกฎเกณฑ์ที่อักขระสานประสานกัน และยังมองเห็นตำแหน่งแกนค่ายกลซึ่งซ่อนอยู่ลึกเข้าไปท่ามกลางเปลวเพลิงและอักขระนับชั้น
ขอเพียงทำลายแกนค่ายกล ค่ายกลผนึกเพลิงสิบทิศก็จะพังทลายลงเอง
แน่นอนว่า หากเป็นการโจมตีของคนทั่วไป ย่อมไม่อาจทำอันตรายแกนค่ายกลได้แม้แต่น้อย แต่หลี่เทียนหยวนเป็นใครกัน
เขาไม่เพียงเป็นเซียนกระบี่ผู้ไร้เทียมทาน ยังมีวิชาต้องห้ามนานาชนิดอยู่ในมือ หากทุ่มสุดกำลังโจมตี ย่อมมีพลังไม่ด้อยไปกว่าผู้แข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิ กระทั่งอาจเหนือกว่าด้วยซ้ำ เมื่อผนวกกับคุณสมบัติของเนตรเทพแห่งความโกลาหล การทำลายแกนค่ายกลจึงไม่ใช่เรื่องยาก
