“สามกระบวนท่า...”
แม้คำพูดนั้นจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ แต่หลานว่านซานกลับดีใจอย่างยิ่ง
หากเป็นสถานการณ์ปกติ เขาย่อมไม่ใช่คู่มือของเจียงเยว่หลีแน่ ทว่าอีกฝ่ายกลับกล้าพูดจาโอหัง ให้อีกสามกระบวนท่า นี่มิใช่มอบโอกาสให้เขาหรอกหรือ?
“เจ้าพูดเองนะ ถึงตอนนั้นแพ้แล้วอย่ามาเบี้ยวล่ะ” หลานว่านซานกัดฟันกล่าว
“วางใจเถิด คำพูดของสุภาพชนมีค่าดั่งทองพันชั่ง” เจียงเยว่หลีแค่นเสียงเบา ๆ ใบหน้าเปี่ยมความหยิ่งทะนง “ภายในสามกระบวนท่านี้ ข้าจะไม่ขยับแม้แต่น้อย!”
“ดี เช่นนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยว่หลี หลานว่านซานก็สูดหายใจลึก จากนั้นพลันเรียกอาวุธของตนออกมา เป็นดาบยาวสีเงินเล่มหนึ่ง แผ่คลื่นพลังวิญญาณอันบ้าคลั่ง ราวกับจะฉีกอากาศให้ขาดสะบั้น
“ฟันแยกนภา!”
เขาคำรามก้อง มือทั้งสองกุมดาบฟาดฟันออกไปอย่างแรง
เมื่อเริ่มลงมือ เขาก็ใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดทันที
ชั่วพริบตา แสงดาบยาวนับร้อยจั้งสายหนึ่งพลันฟาดลงมาจากฟากฟ้า ประหนึ่งทัณฑ์สวรรค์ พุ่งเข้าโรมรันเจียงเยว่หลีอย่างดุดัน
ทุกแห่งที่แสงดาบพาดผ่าน อากาศล้วนถูกฉีกกระชากจนแตกกระจาย ส่งเสียงหวีดแหลม
“ฮึ ฝีมือกระจอกเช่นนี้ยังกล้าเอามาอวด!”
เมื่อเห็นการโจมตีของหลานว่านซาน เจียงเยว่หลีก็หัวเราะเยาะ ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่แม้แต่จะคิดป้องกัน
