“ไม่!”
ในเวลาเดียวกัน ผู้บำเพ็ญขั้นปราชญ์แท้คนหนึ่งก็ส่งเสียงร้องด้วยความสิ้นหวัง
เดิมทีเขาคิดว่า ต่อให้ไม่อาจได้รับวาสนาอันยิ่งใหญ่ในจวนเซียนไท่หยวน ด้วยพลังบำเพ็ญของตน อย่างน้อยก็น่าจะถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย
ทว่าเมื่อพลังแห่งกฎเกณฑ์ฟ้าดินอันแข็งแกร่งสายหนึ่งเข้าปกคลุมร่าง เขาจึงตระหนักว่าความคิดของตนนั้นช่างไร้เดียงสาเพียงใด
ร่างกายของเขาเปราะบางดุจมดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังนี้
เขาดิ้นรนสุดชีวิต พยายามต้านทานพลังดังกล่าว แต่ทุกสิ่งล้วนไร้ประโยชน์
ท้ายที่สุด เขาก็ไม่อาจรอดพ้น ถูกพลังนั้นฉีกกระชากจนแหลกเป็นผุยผง วิญญาณดับสูญ
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างหวาดผวาจนขวัญหนีดีฝ่อ
ฝูงชนที่เดิมส่งเสียงอื้ออึงพลันเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงหายใจหนักหน่วง
“นี่... พลังแห่งกฎเกณฑ์ของจวนเซียนไท่หยวนช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”
“โชคดีที่เมื่อครู่ข้าไม่ได้วู่วาม ไม่เช่นนั้นคงมีชะตากรรมไม่ต่างจากพวกเขา!”
“นั่นสิ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นปราชญ์แท้ยังต้านทานพลังแห่งกฎเกณฑ์นี้ไม่ได้ พวกเราเข้าไปก็มีแต่ตายเปล่า”
ในใจของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโล่งอก พวกเขากลัวพลังแห่งกฎเกณฑ์ของจวนเซียนไท่หยวนที่แข็งแกร่งเกินไป แต่ก็โล่งใจที่เมื่อครู่ความโลภไม่ได้ครอบงำจิตใจ จึงหลีกเลี่ยงจุดจบที่ต้องตายอย่างแน่นอนมาได้
พวกเขาถอยห่างออกไปเงียบ ๆ ไม่กล้าคิดหวังสิ่งใดเกินตัวอีก ได้แต่เฝ้ามองประตูจวนเซียนไท่หยวนค่อย ๆ ปิดลงด้วยความจนใจและเสียดาย
......
ภายในจวนเซียนไท่หยวน ทันทีที่เย่เฉินลงสู่พื้น เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันเข้มข้นจนแทบจับต้องได้ซึ่งซัดเข้าปะทะใบหน้า ราวกับได้เข้าไปอยู่กลางมหาสมุทรพลังวิญญาณในรูปของเหลว
