หลี่เทียนหยวนมองเสี่ยวจิน พลางยิ้มและพยักหน้า
“ดี จงดูดซับโลหิตเทพสุริยันต่อไป เพื่อเพิ่มพูนพลังของเจ้า เรื่องอื่นทั้งหมดปล่อยให้ข้าจัดการ”
กล่าวจบ เขาก็รับมือศัตรูด้วยมือข้างเดียว พลางต่อกรกับจินอู๋จิ้วไปพร้อมกับคว้าจับโลหิตเทพสุริยัน แล้วป้อนให้เสี่ยวจิน
ร่างของเขาเคลื่อนไหวว่องไวทั่วสนามรบ ดุจภูตผีจนยากจะคาดเดา
ทุกครั้งที่ลงมือ ล้วนคว้าหยดโลหิตเทพสุริยันได้อย่างแม่นยำ ก่อนป้อนให้เสี่ยวจินโดยไม่ลังเล
เมื่อจินอู๋จิ้วเห็นภาพนี้ ในใจก็ทั้งตกตะลึงทั้งโกรธเกรี้ยว
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เสี่ยวจินจะตื่นรู้ลวดลายนิพพานเก้าสุริยันขึ้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ทั้งยังอาศัยโลหิตเทพสุริยันเติบโตอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไม่คาดคิดว่าหลี่เทียนหยวนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ต่อให้ต้องรับมือการโจมตีของเขา ก็ยังดูแลเสี่ยวจินไปพร้อมกันได้
แต่ตอนนี้เขาถอยก็ไม่ได้แล้ว หลังปะทะกันเมื่อครู่ เขารู้ดีว่าหากคิดจะกำราบหลี่เทียนหยวน คงทำไม่ได้ในเวลาอันสั้น
ต่อจากนี้ สิ่งเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้ คือใช้แก่นโลหิตของเสี่ยวจินที่กระถางสุริยันเก็บไปเมื่อครู่ เปิดผนึกชั้นสุดท้ายของคลังสมบัติตำหนักเทพสุริยัน แล้วชิงศาสตราเทพที่อยู่ภายในมา
“ฮึ ไอ้หนู ต่อให้พวกเจ้าดิ้นรนอย่างไรก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้า! รอข้าเปิดคลังสมบัติตำหนักเทพสุริยันและได้ศาสตราเทพมา พวกเจ้าทุกคนต้องตาย!”
