หลี่เฟยอวี่ทรงตัวได้มั่นคง ก่อนตะโกนถามอย่างเดือดดาลว่า “ฉินเทียน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? พวกเราเป็นพันธมิตรกัน เหตุใดถึงลงมือกับข้า?”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความฉงนและไม่เข้าใจ เม็ดเหงื่อผุดพราวบนหน้าผาก ก่อนจะไหลลงมาตามแก้ม
แรกเริ่มกู้จิ่วเกอกับซูชิงชิวก็ลงมือกับเขาโดยไม่ถามไถ่เหตุผล บัดนี้แม้แต่ฉินเทียน พันธมิตรของเขา ยังจู่โจมอย่างกะทันหันอีก เขาจึงไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทว่าในดวงตาของฉินเทียนมีเพียงจิตสังหาร ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ราวกับสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่ง
เขากวัดแกว่งกระบี่ยาวอย่างบ้าคลั่ง พลางคำรามว่า “พันธมิตรหรือ? เจ้ายังกล้าเอ่ยถึงพันธมิตรอีกหรือ? เจ้าคนต่ำช้าไร้ยางอาย เพื่อบัวศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีเพียงดอกเดียว เจ้าก็ทรยศข้า! ไม่ต้องพูดให้มากความ รับความตายเสีย!”
เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความโกรธ ทุกถ้อยคำราวกับเค้นออกมาจากซอกฟัน
หลี่เฟยอวี่ได้ฟังก็ยิ่งมึนงง เขาไปทรยศฉินเทียนเพื่อบัวศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีตั้งแต่เมื่อใดกัน?
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
เขาคิดไม่ตกว่าเหตุใดฉินเทียนจึงกล่าวหาว่าเขาทรยศ
แม้คราวนี้เขากับฉินเทียนจะร่วมเป็นพันธมิตรกันเพื่อผลประโยชน์ แต่พันธมิตรระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นจากการผลักดันของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มารฟ้าและตำหนักเทพอู๋จี๋ที่อยู่เบื้องหลัง
หากเขาทรยศฉินเทียน มิเท่ากับล่วงเกินตำหนักเทพอู๋จี๋หรอกหรือ?
หลี่เฟยอวี่ได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ ก่อนรีบอธิบายว่า “ฉินเทียน เจ้าต้องเข้าใจผิดแน่ ข้าจะทรยศเจ้าเพื่อบัวศักดิ์สิทธิ์มหาวิถีดอกเดียวได้อย่างไร? ต้องมีคนจงใจใส่ร้ายข้าแน่ ใจเย็นก่อน ฟังข้าอธิบายเถิด!”
เขาพูดพลางใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกการโจมตีของฉินเทียน
ทว่าบัดนี้ฉินเทียนถูกความโกรธครอบงำจนหน้ามืดตามัว ไม่อาจฟังคำอธิบายของหลี่เฟยอวี่ได้เลย
