“เสี่ยวจิน กลับมาเถอะ คนพวกนี้ไม่ใช่คู่มือของเจ้า!”
หลี่เทียนหยวนเห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ จากนั้นปลายนิ้วก็สะกิดเบา ๆ ปราณกระบี่สายหนึ่งที่แฝงพลังแห่งดวงดาวพุ่งทะลวงอากาศ ตรงเข้าใส่หว่างคิ้วของชายชรา
สีหน้าชายชราแปรเปลี่ยนฉับพลัน เขารีบควบคุมเงามายาเทพมารให้เข้าขวาง ทว่าปราณกระบี่กลับฟันเงามายาจนแตกสลาย แรงที่เหลือยังไม่สิ้นสุด เฉือนเนื้อบนหัวไหล่ของเขาหายไปชิ้นหนึ่ง
สีหน้าชายชราเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เขาคาดไม่ถึงว่าหลี่เทียนหยวนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
แต่เขาไม่ยอมแพ้ กลับเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง พร้อมสั่งให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชารุมล้อมหลี่เทียนหยวน
หลี่เทียนหยวนหาได้หวาดหวั่นไม่ รอบกายเขาปรากฏปราณกระบี่นับไม่ถ้วน ปราณเหล่านั้นคมกริบดุจคมมีด พุ่งเข้าใส่ศัตรู
ทุกแห่งที่ปราณกระบี่พาดผ่าน ศัตรูต่างล้มลงกับพื้น เลือดสดย้อมผืนดินให้แดงฉาน
เสี่ยวจินเองก็ช่วยหลี่เทียนหยวนอยู่ด้านข้าง มันพ่นเปลวเพลิงออกมาไม่หยุด สกัดศัตรูที่คิดเข้ามาใกล้เอาไว้
ไม่นาน เพียงไม่กี่ชั่วลมหายใจ ในสนามรบก็เหลือเพียงชายชราคนนั้น ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนล้มกองอยู่บนพื้น
ชายชราเห็นท่าไม่ดีจึงคิดหนี แต่หลี่เทียนหยวนจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร
ร่างของเขาวูบไหว ก่อนจะปรากฏขึ้นตรงหน้าชายชราในพริบตา มือหนึ่งคว้าคออีกฝ่ายไว้
“เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?”
ชายชรามองหลี่เทียนหยวนด้วยความหวาดกลัว น้ำเสียงสั่นเครือขณะเอ่ยถาม
หลี่เทียนหยวนมองเขาอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ข้าเป็นใครไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเจ้าไม่ควรขวางทางที่ข้าจะมุ่งหน้าไป”
กล่าวจบ เขาก็บีบมือเต็มแรง คอของชายชราหักลงในพริบตา ร่างนั้นทรุดกองกับพื้นราวกับโคลนเหลว
