“เจ้าพ่ายแล้ว!”
เสียงเย็นเยียบของเจียงเยว่หลีดังก้องไปทั่วสนาม
เหลยเป้าฝืนกายลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าซีดเผือด บริเวณหน้าอกมีบาดแผลฉกรรจ์พาดผ่าน โลหิตแดงฉานชุ่มย้อมอาภรณ์จนดูน่าเวทนา เขาจ้องเจียงเยว่หลีเขม็ง สองมือกำแน่น
เมื่อครู่ เขาเกือบถูกเจียงเยว่หลีสังหารเสียแล้ว
เขารู้ดีว่าครานี้ตนพ่ายแพ้!
พ่ายแพ้หมดรูป ไร้ข้อกังขา!
ทว่าชัยชนะหรือพ่ายแพ้หาใช่เรื่องสำคัญ อย่างไรเสียเขาก็ได้รับต้นกำเนิดมรรคานิรันดร์มาส่วนหนึ่งแล้ว สิ่งที่สำคัญคือพลังของเจียงเยว่หลีทำให้เขาตื่นตะลึง เขาไม่เคยพบคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนางมาก่อน ซ้ำยังรู้สึกว่านางไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดด้วยซ้ำ
“เจ้ามีนามว่าอะไรกันแน่?”
เขาถามลอดไรฟัน
“ข้าบอกแล้วว่า หากเจ้าเอาชนะข้าไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์รู้ชื่อของข้า” เจียงเยว่หลีกล่าวอย่างสงบนิ่ง
“ฮึ วันนี้ข้าพ่ายแพ้ วันหน้าข้าจะกลับมาทวงคืนอย่างแน่นอน!”
เหลยเป้าถลึงตามองเจียงเยว่หลีอย่างอาฆาต ก่อนกระทืบเท้ากระโดดลงจากเวทีประลอง แล้วหันหลังจากไป
“ไม่นึกเลยว่าเหลยเป้าจะแพ้ แถมยังแพ้รวดเร็วถึงเพียงนี้!”
“นั่นสิ ในบรรดาเหล่าผู้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมที่มาครั้งนี้ เหลยเป้าก็นับว่าโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ แล้ว แต่ยังพ่ายให้แก่เด็กสาวผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าพลังของนางแข็งแกร่งเพียงใด!”
“แต่เด็กสาวผู้นี้เป็นใครกันแน่? มีพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินว่ามีบุคคลเช่นนี้มาก่อนเลย?”
มิใช่เพียงเหลยเป้าที่สงสัยในตัวเจียงเยว่หลี คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน อย่างไรเสียพลังที่เจียงเยว่หลีแสดงออกมาย่อมไม่อาจเป็นผู้ไร้ชื่อเสียงได้แน่
