“พูดได้ดี!”
หลี่เทียนหยวนมองเจียงเยว่หลี ดวงตาเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
ในใจอดทอดถอนใจไม่ได้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกกระดากอยู่บ้าง!
ศิษย์เอ๋ย เจ้าพูดเสียหมดแล้ว แล้วอาจารย์จะวางมาดต่อได้อย่างไรเล่า
เก่งกาจถึงเพียงนี้ ครอบครัวเจ้ารู้หรือไม่?
เดิมทีเขาคิดจะถามสักคำถาม เพื่อชี้นำให้เจียงเยว่หลีเผยความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีกระบี่ จากนั้นค่อยถือโอกาสชี้แนะนาง
ใครจะคิดว่าศิษย์ของเขาจะเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ แค่ครู่เดียวก็เข้าถึงมหาวิถีแห่งกระบี่ได้ ทั้งยังรู้จักต่อยอดความคิดอีกด้วย!
เช่นนี้แล้วเขาจะชี้แนะอะไรได้อีก?
“แค่ก ๆ!”
หลี่เทียนหยวนกระแอม พลางมองเจียงเยว่หลีแล้วเอ่ยด้วยท่าทีลุ่มลึกอยู่บ้างว่า “ศิษย์เอ๋ย สิ่งที่เจ้าพูดมานั้น ไม่ว่าจิตใจคือวิถีกระบี่ ฟ้าดินคือวิถีกระบี่ หรือสรรพสิ่งล้วนเป็นกระบี่ ทั้งหมดล้วนเป็นรากฐานของวิถีกระบี่”
“สิ่งที่อาจารย์จะบอกเจ้าคือ ยอดสูงสุดของวิถีกระบี่เป็นเช่นไร และขั้นสุดยอดของวิถีกระบี่นั้นเป็นเช่นไร”
“ขอท่านอาจารย์โปรดชี้แนะ”
เจียงเยว่หลีค้อมกายคารวะ ตั้งใจรับฟังอย่างจริงจัง
ที่แท้สิ่งที่นางเข้าใจล้วนเป็นเพียงวิถีเล็ก ๆ เท่านั้น!
“ขั้นสุดยอดของวิถีกระบี่ที่กล่าวถึง ก็คือหญ้าหนึ่งต้นฟาดฟันตะวันจันทราดาราจนสิ้น ใบไม้หนึ่งใบฟาดฟันมหาวิถีสามพันจนสิ้น!”
หลี่เทียนหยวนไพล่มือไว้ด้านหลัง เอ่ยประโยคหนึ่งออกมา เขาหยิบคำพูดที่เคยอ่านพบในนิยายออนไลน์จากชาติก่อนมาใช้
ถ้อยคำของเขาดังกังวานราวกับอสนีบาตระเบิดขึ้นข้างหูเจียงเยว่หลี สะเทือนจนวิญญาณของนางสั่นไหวไม่หยุด
“หญ้าหนึ่งต้น ใบไม้หนึ่งใบ ฟาดฟันตะวันจันทราดาราและมหาวิถีสามพันจนสิ้น!”
