เดิมทีเมื่อเช้านี้นางเห็นมู่หรงหมิงเยว่ ก็คิดว่าอีกฝ่ายมาฝึกฝนเช่นทุกวัน ใครจะรู้ว่ากลับได้ทราบว่าอีกฝ่ายมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ ทำเอานางถึงกับมึนงงไปไม่น้อย
หลังจากซักถามอยู่พักหนึ่ง เจียงเยว่หลีจึงได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ
ชั่วขณะนั้นนางทั้งดีใจและน้อยใจ
ที่ดีใจก็คือมู่หรงหมิงเยว่เข้าร่วมยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋น นั่นหมายความว่าต่อไปทั้งสองจะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักเดียวกัน ย่อมสนิทสนมกันยิ่งขึ้น
ส่วนที่น้อยใจก็คือ อาจารย์กลับ ‘สนิทสนม’ กับศิษย์พี่มู่หรงมาตั้งนานแล้ว แต่นางเพิ่งมารู้เอาวันนี้!
เย่เฉินที่อยู่ด้านข้างกลับไม่คิดว่ามีอะไร เพียงแต่กำลังกลัดกลุ้มกับปัญหาข้อหนึ่ง
หลังจากศิษย์พี่มู่หรงฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์แล้ว ต่อไปเขาควรเรียกอีกฝ่ายอย่างไรดี?
เรียกศิษย์พี่เหมือนก่อนหรือ?
หรือจะเรียกศิษย์น้อง?
ปัญหานี้ทำเอาเขาจนปัญญา
เมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของเจียงเยว่ซี หลี่เทียนหยวนก็อดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ เขาลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเจียงเยว่หลี ก่อนเอ่ยยิ้ม ๆ อย่างอ่อนโยนว่า “อาจารย์ย่อมมีแผนการของอาจารย์ รอให้นักบุญหญิงหมิงเยว่เข้าร่วมยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นแล้ว อาจารย์จะบอกพวกเจ้าเอง”
“เอาละ วันนี้นักบุญหญิงหมิงเยว่มาขอฝากตัวเป็นศิษย์ เจ้าอย่าทำตัวเหมือนเด็กน้อยหึงหวงไปหน่อยเลย”
“ฮึ ข้าไม่ได้หึงเสียหน่อย”
เจียงเยว่หลีแค่นเสียงเบา ๆ ทว่าพวงแก้มกลับแดงระเรื่อ
หลี่เทียนหยวนยิ้มอย่างจนใจ จากนั้นจึงหันไปมองมู่หรงหมิงเยว่พลางถามด้วยรอยยิ้มว่า “นักบุญหญิง ตัดสินใจได้แล้วหรือ? ยินดีเข้าร่วมยอดเขากระบี่หลิงอวิ๋นของข้าหรือไม่?”
