“จานลิขิตฟ้า จงคุ้มครองข้า!”
หลี่เทียนกังตะโกนร้องอย่างสิ้นหวัง รีบเร่งเร้าจานลิขิตฟ้า
จานลิขิตฟ้าลอยขึ้นตรงหน้าเขาในพริบตา เปล่งแสงเจิดจ้าเป็นสาย ภายในแสงนั้นมีอักขระลึกลับนับไม่ถ้วนกะพริบวูบวาบ ก่อนจะก่อรูปเป็นม่านป้องกันห่อหุ้มเขาไว้อย่างแน่นหนา
จานลิขิตฟ้าหมุนอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงหึ่ง ๆ ประหนึ่งกำลังต้านทานฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวนั้นสุดกำลัง
ทว่าพลังของเศษวิญญาณจักรพรรดิสวรรค์นั้นแข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ
ทันทีที่ตราฝ่ามือปะทะกับม่านป้องกันของจานลิขิตฟ้า เสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดินก็กึกก้องราวกับทั่วทั้งพิภพสั่นสะเทือนตาม
ม่านป้องกันปรากฏรอยร้าวนับไม่ถ้วนในพริบตาภายใต้แรงกระแทกจากตราฝ่ามือ แสงสว่างเองก็หม่นลงจนแทบไร้ประกาย
ม่านป้องกันยืนหยัดได้ไม่ถึงหนึ่งวินาที ก่อนจะแตกกระจายดังสนั่น กลายเป็นแสงนับไม่ถ้วนสลายหายไปกลางอากาศ
“ไม่!” หลี่เทียนกังส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
แรงสะท้อนจากการแตกสลายของจานลิขิตฟ้าทำให้เขากระอักเลือด ร่างทั้งร่างถูกตราฝ่ามือซัดกระเด็นออกไปดุจลูกกระสุนปืนใหญ่
ร่างของเขาพุ่งเป็นเส้นโค้งกลางอากาศ ก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงตำหนักไท่หยวนอย่างแรง จนเกิดหลุมเว้ารูปร่างมนุษย์ขนาดใหญ่บนกำแพง
ร่างของหลี่เทียนกังค่อย ๆ ไถลลงมา ฟุบกองอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตหรือตายไปแล้ว
เส้นชีพจรครึ่งร่างของเขาขาดสะบั้น เลือดชโลมอาภรณ์จนแดงฉาน
วิญญาณเทพก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว
การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่นี้ทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปโดยสิ้นเชิง
อานุภาพของการโจมตีครั้งนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นหวาดหวั่น!
ทุกคนต่างตะลึงงันกับพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเศษวิญญาณจักรพรรดิสวรรค์ไท่หยวน
