“ข้าคือมู่หรงหมิงเยว่… ข้าก็คือจักรพรรดิเซียนหงเฉิน…”
นางพึมพำกับตนเอง วิญญาณสั่นไหวท่ามกลางแรงกระแทกอันรุนแรง ราวกับอาจถูกความทรงจำและอารมณ์อันมหาศาลนี้หลอมรวมได้ทุกเมื่อ หรือไม่ก็…ระเบิดแตกเป็นเสี่ยง
ส่วนลึกในจิตแห่งมรรคาปรากฏรอยร้าวขึ้น
ความรู้สึกในชาตินี้กับความทรงจำจากชาติก่อนปะทะกันอย่างดุเดือด ต่างช่วงชิงอำนาจควบคุม
ในห้วงเวลาอันตรายที่สุดนี้เอง เงาร่างหนึ่งที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น พลันปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของนางซึ่งแทบจะจมดิ่งลงไป ราวกับเสาหลักยึดทะเลเอาไว้—นั่นคืออาจารย์!
เป็นคำมั่นของเขาที่ว่า “แม้อยู่ห่างไกลนับร้อยล้านลี้ อาจารย์ก็จะรีบไปหาเจ้า…”
“ไม่! ข้าไม่ใช่จักรพรรดิเซียนหงเฉินเพียงอย่างเดียว และข้าก็ไม่ใช่มู่หรงหมิงเยว่จากชาติก่อนเท่านั้น! ข้าคือข้าคนใหม่! ข้ามีอาจารย์ในชาตินี้ มีเส้นทางของตนเอง! แค้นจากชาติก่อน ข้าจะชำระ! หนี้จากชาติก่อน ข้าจะทวงคืน! แต่ความผูกพันในชาตินี้ ข้าจะไม่ยอมปล่อยมือเช่นกัน!”
“ไท่ซ่างเปี่ยมรัก โอบรับอดีต แบกรับปัจจุบัน และก้าวข้ามอนาคต!!”
มู่หรงหมิงเยว่เงยหน้าขึ้นฉับพลัน ประกายแสงเจิดจ้าที่ไม่เคยมีมาก่อนระเบิดออกจากดวงตา!
นางฝืนจัดระเบียบเศษเสี้ยวความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามา แล้วหลอมรวมให้เป็นส่วนหนึ่งของจิตแห่งมรรคา
“สลายไป!”
นางตวาดเสียงใส พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านไปพร้อมเจตจำนงแห่งจิตมรรคาที่กระจ่างใสยิ่งกว่าเดิม ดุจพายุโหมกระหน่ำ!
“กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!”
แดนมายาที่รองรับเศษเสี้ยวความทรงจำจากชาติก่อน ประหนึ่งหิมะน้ำแข็งใต้แสงตะวัน ค่อย ๆ ละลาย พังทลาย และท้ายที่สุดก็แปรเป็นความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
ภาพบันไดหินโบราณที่ปกคลุมด้วยหมอกเมฆรอบด้านกลับคืนสู่สภาพเดิม
มู่หรงหมิงเยว่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ราวกับไม่เคยขยับไปไหน ทว่าลมปราณของนางกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างละเอียดอ่อน
ลึกล้ำและเก็บงำยิ่งกว่าเดิม ในส่วนลึกของดวงตา นอกจากความเย็นชาเช่นเคยแล้ว ยังมีความเก่าแก่ผ่านกาลเวลาและความสงบนิ่ง ราวกับมองทะลุวัฏสงสารนับหมื่นยุค
นางฝ่าทางโบราณมายาลวงใจมาได้สำเร็จ!
