ยามราตรี ดวงดาวพร่างพราวเต็มฟ้า
หลี่เทียนหยวนนอนอยู่ใต้ต้นชาตรัสรู้ หลับตาพักผ่อนอย่างสงบ ดื่มด่ำกับความเงียบสงบในยามนี้
พลันมีกลิ่นหอมละมุนลอยมาแตะปลายจมูก เขาลืมตาขึ้นก็เห็นเจียงเยว่หลียืนอยู่ตรงหน้า
ร่างของเด็กสาวอรชรน่ามอง คิ้วตางดงาม ผิวขาวผ่องราวหิมะ เส้นผมดำขลับยาวสยายถึงบ่า
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใต้แสงจันทร์ ผิวเนียนใสของนางดูราวกับน้ำนม ชวนให้ผู้คนอดมองซ้ำอีกสองครั้งไม่ได้
“หืม? ศิษย์ เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ ดึกป่านนี้แล้ว” หลี่เทียนหยวนถามพลางยิ้ม
“ท่านอาจารย์ ศิษย์เห็นว่าท่านอยู่ที่นี่คนเดียว เลยมาอยู่เป็นเพื่อน คุยกับท่านสักพักเจ้าค่ะ”
เจียงเยว่หลีแลบลิ้นน้อย ๆ กล่าวอย่างซุกซน
หลี่เทียนหยวนหัวเราะเสียงดังสองสามครั้ง ก่อนตบที่ว่างข้างกายเป็นเชิงให้เจียงเยว่หลีมานั่งใกล้ ๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็มานั่งนี่สิ”
เจียงเยว่หลีพยักหน้าแล้วนั่งลงข้างหลี่เทียนหยวนตามคำชวน จากนั้นก็มองใบหน้าของอาจารย์ ตากลอกไปมา ราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“ศิษย์ มีเรื่องอยากพูดกับอาจารย์หรือ?” หลี่เทียนหยวนมองความคิดของเจียงเยว่หลีออก จึงถามพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่มีเจ้าค่ะ ศิษย์ไม่มีอะไรจะพูด” เจียงเยว่หลีส่ายหน้ารัว กล่าวด้วยท่าทางจริงจัง
“จริงหรือ?” หลี่เทียนหยวนเลิกคิ้ว
“จริงสิเจ้าคะ ศิษย์จะหลอกท่านอาจารย์ได้อย่างไร” เจียงเยว่หลีกล่าวยิ้มแย้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เทียนหยวนก็พยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรต่อ แล้วหลับตาพักผ่อนอีกครั้ง
แม้เขาจะสัมผัสได้ว่าเจียงเยว่หลีมีเรื่องในใจ แต่นางไม่อยากพูด เขาย่อมไม่อาจบังคับ
“ท่านอาจารย์ ดูท่านเหนื่อยเหลือเกิน ให้ศิษย์นวดไหล่ให้นะเจ้าคะ”
