“ฮึ! คิดจะหนีหรือ? ฝันไปเถอะ!”
มุมปากของหลี่เทียนหยวนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ร่างพลันไหววูบ ก่อนเหยียบอากาศมุ่งหน้าไปหาราชันเทียนเผิง
“เผิงสวรรค์สยายปีก!”
เมื่อเห็นเขาไล่ตามมา ราชันเทียนเผิงก็คำรามก้อง ปีกสีทองด้านหลังสยายออก พายุคลั่งพลันโหมกระหน่ำ เสียงลมคำรามสะท้อนไปทั่วฟากฟ้า ความเร็วของเขาพุ่งทะยานขึ้นหลายเท่าในพริบตา ร่างราวกับดาวตก หายวับจากจุดเดิม ก่อนปรากฏขึ้นห่างออกไปหลายพันจั้ง
“หืม?”
หลี่เทียนหยวนเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าเจ้าหมอนี่จะยังมีฝีมือเช่นนี้ซ่อนอยู่
“หากข้าผู้นี้คิดจะไป ก็ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ขวางได้!”
ราชันเทียนเผิงกล่าวอย่างโอหัง พลางมองหลี่เทียนหยวนที่อยู่เบื้องหลัง ใบหน้าประดับรอยยิ้มเย้ยหยัน
เผ่าเผิงสวรรค์ขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว กล่าวได้ว่าในโลกนี้ หากความเร็วของเผ่าเผิงสวรรค์เป็นอันดับสอง ก็ไม่มีผู้ใดกล้าอ้างตนว่าเป็นอันดับหนึ่ง
ดังนั้นในสายตาของเขา หลี่เทียนหยวนไม่มีทางไล่ตามทัน ขอเพียงไม่กี่ลมหายใจ เขาก็จะสลัดอีกฝ่ายทิ้งได้แล้ว
ทว่าไม่นาน สีหน้าของเขาก็แข็งค้าง เพราะเห็นหลี่เทียนหยวนไล่ตามมาทัน แถมยังเคียงข้างเขาได้อย่างสูสี
“เป็นไปได้อย่างไร? เหตุใดความเร็วของเจ้าจึงรวดเร็วถึงเพียงนี้?”
ราชันเทียนเผิงจ้องหลี่เทียนหยวนตาค้าง ภายในใจปั่นป่วนดั่งคลื่นยักษ์ ยากจะเชื่อสายตาตนเอง
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลี่เทียนหยวนจึงไล่ตามความเร็วของตนทัน
นี่มันผิดหลักสามัญสำนึกชัด ๆ!
“ใต้หล้ากว้างใหญ่ มีเรื่องพิสดารเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้”
