“หึ ให้เจ้าได้เห็นพลังที่แท้จริง!”
หลี่เทียนหยวนแค่นเสียงเย็น เสียงดังกังวานราวระฆังใหญ่ ก้องสะท้อนไปทั่วตำหนักเทพสุริยัน
ด้วยอานุภาพจากเคล็ดอักษรโต้ว พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นกว่าสิบเท่าในชั่วพริบตา สูงส่งจนไม่เคยมีมาก่อน ทั่วร่างประหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นเทพสงคราม แผ่กลิ่นอายชวนให้ผู้คนขวัญผวา
กระบี่เซียนสูงสุดทั้งสี่เล่มในมือเปล่งประกายเจิดจ้า ปราณกระบี่พาดผ่านทั่วสารทิศ อานุภาพแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า
สิ้นเสียง หลี่เทียนหยวนก็พุ่งเข้าหาจินอู๋จิ้วราวสายฟ้าแลบ
เงาร่างของเขาเคลื่อนวูบไปในห้วงอากาศ ทิ้งภาพติดตาไว้เป็นสายจนชวนตาลาย ความเร็วสูงลิบแทบไม่มีผู้ใดจับร่องรอยได้ทัน
“หึ ต่อให้พลังของเจ้าเพิ่มขึ้นแล้วจะทำอะไรได้? ในมือข้ามีระฆังตงหวง ยังจะต้องกลัวเจ้าอีกหรือ?”
จินอู๋จิ้วแค่นเสียงเย็น รีบเร่งเร้าระฆังตงหวง ฉับพลันม่านแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แผ่คลื่นพลังแข็งแกร่ง ราวกับต้านทานการโจมตีได้ทุกชนิด
“ทำลาย!”
หลี่เทียนหยวนขยับความคิด กระบี่มารเถาเที่ยฟาดฟันปราณกระบี่เจิดจ้าสายหนึ่งเข้าใส่ม่านแสงสีทอง
“ปัง!”
ปราณกระบี่ปะทะม่านแสง เกิดเสียงดังสนั่นสะเทือนแก้วหู ราวกับจะทำให้แก้วหูแตกและจิตใจสั่นสะท้าน
แรงปะทะมหาศาลทำให้ม่านแสงสีทองสั่นไหวอย่างรุนแรง รอยร้าวเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นเป็นสาย
เมื่อจินอู๋จิ้วเห็นภาพนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาไม่คิดว่าการโจมตีของหลี่เทียนหยวนจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ เพียงกระบวนท่าเดียวก็เกือบทำลายปราการของเขาได้แล้ว
เขารีบเร่งเร้าระฆังตงหวงให้หนักขึ้น ม่านแสงสีทองพลันหนาทึบกว่าเดิม ทั้งยังเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น
