“โอกาสดี!”
เย่เฉินเห็นดังนั้นก็ยินดีอย่างยิ่ง เขาไม่เปิดโอกาสให้อสูรยักษ์น้ำแข็งได้พักหายใจ รีบใช้เคล็ดเก้ามังกรกระบี่ ทันใดนั้นเงามังกรและช้างก็ปรากฏขึ้นบนร่างอีกครั้ง พร้อมแผดเสียงคำรามก้องฟ้า
เมื่อได้รับพลังมังกรช้างเสริม ร่างของเขาก็ยิ่งกำยำแข็งแกร่ง กล้ามเนื้อขึงตึง เปี่ยมด้วยพละกำลัง
เขาใช้หมัดเทพเป่ยโต่วอีกครั้ง ทุกหมัดอัดแน่นด้วยพลังมังกรช้าง ซัดเข้าใส่จุดสำคัญ ทั้งศีรษะ ลำคอ และหน้าอกของอสูรยักษ์น้ำแข็ง
“ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงดังสนั่นต่อเนื่อง หมัดของเย่เฉินถาโถมลงบนร่างอสูรยักษ์น้ำแข็งราวกับห่าฝน ทุกหมัดทำให้ร่างของมันสั่นสะท้าน
แม้อสูรยักษ์น้ำแข็งยังคงดิ้นรนต่อต้าน แต่พลังของมันถดถอยลงไปมากแล้ว เมื่อเผชิญการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของเย่เฉิน ร่างของมันก็ปรากฏบาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เกราะน้ำแข็งแตกกระจายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี โลหิตย้อมหิมะรอบด้านให้แดงฉาน
“จบกันแค่นี้!”
เย่เฉินตะโกนก้องโดยไม่ลังเล เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมด พลังวิญญาณในกายทะลักเข้าสู่ไข่มุกวิญญาณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลราวคลื่นทะเลบ้าคลั่ง
ไข่มุกวิญญาณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลรับรู้ถึงเสียงเรียกของเย่เฉิน พลันเปล่งประกายแห่งความโกลาหลเจิดจ้า โอบคลุมร่างของเขาไว้
เย่เฉินอาศัยพลังของไข่มุกวิญญาณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล ซัดหมัดออกไป หมัดนี้บรรจุพลังแห่งดวงดาวและพลังแห่งความโกลาหลอันไร้ขอบเขต ประหนึ่งจะบดขยี้โลกทั้งใบให้แหลกสลาย
“ตูม!”
เสียงสนั่นสะเทือนฟ้าดินดังขึ้น พื้นน้ำแข็งทั้งผืนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ร่างของอสูรยักษ์น้ำแข็งถูกแรงโจมตีนี้ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา เลือดเนื้อและผลึกน้ำแข็งกระเด็นไปทั่วทุกทิศ
แรงปะทะอันมหาศาลกวาดภูเขาน้ำแข็งโดยรอบจนราบเป็นหน้ากลอง ก่อเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ ภายในหลุมอบอวลด้วยหมอกโลหิตและผลึกน้ำแข็ง
เย่เฉินลดหมัดลง ยืนหอบหายใจแผ่วเบา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้า “ไม่เลว พลังของไข่มุกวิญญาณต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลนี้แข็งแกร่งจริง ๆ เมื่อรวมกับหมัดเทพเป่ยโต่วของข้า ต่อให้เป็นสัตว์ร้ายขั้นปราชญ์แท้ระดับสูงสุด ก็ยังไม่ใช่คู่มือข้า!”
