“ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ หากปัญหาใดแก้ได้ด้วยการสังหารคน ก็จงลงมือสังหารเสียโดยตรง แต่การฆ่าคนมิใช่หนทางเดียว บางครั้งอาจทำให้อีกฝ่ายยอมสยบ แล้วรีดเค้นคุณค่าทุกอย่างจากเขาให้หมดสิ้น”
เย่เฉินพยักหน้า พลันเข้าใจความหมายของอาจารย์
“ดีมาก สอนง่ายเช่นนี้สมกับเป็นศิษย์ที่ดี!”
หลี่เทียนหยวนกล่าวชมพลางพยักหน้า “สรุปแล้ว พลังแข็งแกร่งคือเหตุผลอันเที่ยงแท้ หมัดที่แข็งแกร่งต่างหากคือทุนรอน”
“ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ไว้ขอรับ!” เย่เฉินประสานหมัดอีกครั้ง
หลี่เทียนหยวนตบไหล่เย่เฉินเบา ๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เอาละ พวกเราเดินทางกันต่อเถอะ แวะไปนครหลินอันก่อน ให้เจ้าได้ร่ำลาครอบครัวและสหาย จากนั้นค่อยกลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียว”
กล่าวจบ เขาก็เตรียมพาเย่เฉินเหินฟ้าจากไป
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ดวงตาของหลี่เทียนหยวนพลันเป็นประกาย
เขาพบว่าบนยอดเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลเบื้องหน้า มีไอสิริมงคลลอยขึ้นเป็นระลอก แสงเมฆาห้าสีแผ่กระจาย ทำให้เทือกเขาทั้งผืนปรากฏภาพอัศจรรย์งดงามจับตา
โดยเฉพาะบนยอดสูงสุด แสงเมฆาส่องประกายเจิดจ้านับหมื่นสาย กลิ่นหอมประหลาดลอยอบอวล ชวนให้ผู้คนเคลิบเคลิ้ม
“ท่านอาจารย์ ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”
เย่เฉินเองก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนยอดเขา จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อืม... ดูเหมือนจะมีสมบัติล้ำค่าปรากฏขึ้น”
หลี่เทียนหยวนหยุดลง พลางชี้ไปยังทิศทางที่แสงเมฆาพวยพุ่ง “ไปเถอะ ตามอาจารย์ไปดู”
